
คุมทุจริตโกงเลือกตั้ง ต้องห้ามลงสมัครสส.
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะตัดสิทธิผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เคยกระทำการทุจริตการเลือกตั้งหรือต้องคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 111 หรือ 109 อาจจะอยู่ในข่ายที่ไม่สามารถรับสมัครเลือกตั้งได้
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าจะตัดสิทธิผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เคยกระทำการทุจริตการเลือกตั้งหรือต้องคดีทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 111 หรือ 109 อาจจะอยู่ในข่ายที่ไม่สามารถรับสมัครเลือกตั้งได้
อย่างไรก็ตาม พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างฯระบุว่า กมธ.ยกร่างฯ มีการหารือเบื้องต้น ซึ่งเป็นหลักการกว้างๆ ไม่ได้เจาะจงกลุ่มใดเป็นพิเศษซึ่งจะได้พิจารณารายละเอียดต่อไป
ขณะที่ระบบการเลือกตั้ง สส. ทาง กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้ สส. มีจำนวน 450-470 คน โดยมาจาก สส.เขต 250 คน สส.บัญชีรายชื่อ 200 คน แต่ไม่เกิน 220 คน ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯ ได้จัดสรรตามภาค รวม 6 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางด้านตะวันตก ภาคกลางด้านตะวันออก และภาคใต้ ฉะนั้นแต่ละพรรคสามารถส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้ เฉลี่ย 32-34 คน/ภูมิภาค
ส่วนการเชิญตัวแทน 37 พรรคการเมือง ร่วมสัมมนาเสนอความคิดเห็นเรื่อง “หลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบการเมือง นักการเมือง และสถาบันการเมือง” ตัวแทนจากพรรคการเมืองได้ตั้งข้อสังเกตไว้หลายส่วน อาทิ การตั้งองค์กรใหม่เยอะเกินไปจะไม่เกิดประโยชน์ แต่จะเป็นอุปสรรคแทน และการไม่ให้ สส.สังกัดพรรค ถือเป็นการทำลายพรรคการเมืองให้อ่อนแอ
สำหรับความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญล่าสุดได้เห็นชอบแนวการปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินหลายประเด็น เช่น ปรับปรุงกฎหมายกำหนดเรื่องการออกใบอนุญาตที่เป็นการผูกขาด ให้สัมปทาน ให้ใช้วิธีประมูลเป็นหลัก







