
ไทยกับสหรัฐ
การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. สร้างความลำบากในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐเป็นอย่างมาก เนื่องจากไทยเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ “ปักหมุดเอเชีย” เพื่อต่อต้านการขยายตัวของจีน แต่ขณะเดียวกันสหรัฐต้องจำกัดขอบเขตความสัมพันธ์กับไทยเพื่อกดดันให้ไทยกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย
การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. สร้างความลำบากในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐเป็นอย่างมาก เนื่องจากไทยเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ “ปักหมุดเอเชีย” เพื่อต่อต้านการขยายตัวของจีน แต่ขณะเดียวกันสหรัฐต้องจำกัดขอบเขตความสัมพันธ์กับไทยเพื่อกดดันให้ไทยกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย
ภายหลังการรัฐประหารราว 2-3 เดือน มีคำถามเกิดขึ้นมาก ว่า สหรัฐจะยังทำฝึกคอบร้าโกลด์ในไทยต่อไปหรือไม่ โดยสมาชิกสภาคองเกรสบางรายถึงกับแนะให้ย้ายการฝึกคอบร้าโกลด์ไปที่ทางตอนเหนือของออสเตรเลีย หรือยกเลิกไปเลย
เกรกอลี โพลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ สถาบันคลังสมองของสหรัฐ แสดงทัศนะว่า การรัฐประหารในไทยทำให้สหรัฐอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก รัฐบาลวอชิงตันไม่อาจให้การรับรองรัฐบาลทหารได้ แต่ไทยก็ถือเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ยาวนาน
ผลที่ได้ออกมา คือ สหรัฐยังคงการฝึกซ้อมรบ “คอบร้าโกลด์” ในไทยต่อไป โดยลดขนาดการฝึกลงโดยหันไปให้ความสนใจด้านการฝึกให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมและการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติ มากกว่าการฝึกทางยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง
ถึงกระนั้น แม้ไทยจะห่างเหินกับสหรัฐและใกล้ชิดกับจีนมากขึ้นหลังจากรัฐประหาร แต่นักวิเคราะห์หลายสำนักระบุตรงกันว่า ไทยเป็นชาติที่มีศิลปะทางการทูตสูงมีโอกาสน้อยมากที่ไทยจะหันหลังให้กับสหรัฐและกระโดดเข้าไปใกล้ชิดจีนอย่างเต็มตัว







