
โพลเผยรักผ่านโลกออนไลน์เสี่ยงละเมิดทางเพศ
เปิดโพลรับวาเลนไทน์โจ๋เกินครึ่งชี้รักออนไลน์เข้าขั้นวิกฤต เสี่ยงถูกละเมิดทางเพศ1ใน3มองรักบนโลกโซเชียลต้องพิสูจน์ยาว
เปิดโพลรับวาเลนไทน์โจ๋เกินครึ่งชี้รักออนไลน์เข้าขั้นวิกฤต เสี่ยงถูกละเมิดทางเพศ1ใน3มองรักบนโลกโซเชียลต้องพิสูจน์ยาว
เมื่อวันที่11ก.พ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันวาเลนไทน์ 2558ภายใต้แคมเปญ“รัก...ออนไลน์...อย่างไรจึงเท่าทัน” ที่โรงแรมเอบิน่าเฮ้าส์ ภายในงานมีการแสดงละครสะท้อนปัญหา วัยรุ่น“รักออนไลน์ ลับ ลวง หลอก”โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมงานกว่า100คน
นางสาวปาริณี ต่างสี แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชน อายุระหว่าง13–30 ปี ที่มีการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำ 1,026 ตัวอย่างระหว่างวันที่1–8 ก.พ.2558 ในพื้นที่ย่านการค้าและสถานศึกษากทม.ได้แก่ สยาม อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิรามคำแหง ลาดพร้าว ดุสิต พบกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.71 ระบุว่า เคยมีประสบการณ์ถูกทำให้รู้สึกดี/ชอบ/รักกับใครบางคนบนโลกออนไลน์ ทั้งอยากคุยด้วย อยากเจอ อยากเป็นแฟน ส่วนช่องทางยอดฮิตที่ใช้พูดคุยบ่อยที่สุดคือร้อยละ 57.99 เฟชบุ๊ก ร้อยละ 32.65 คุยผ่านไลน์ และเมื่อถามถึงพฤติกรรมที่ส่อไปในทางล่อลวง เสี่ยง ไม่เหมาะสม หรืออาจถูกล่วงละเมิดทางเพศได้ร้อยละ 26.31 ระบุว่า การนัดพบ นัดเจอ รองลงมา ร้อยละ 25.24 โน้มนาวจูงใจทำให้รักอย่างรวบรัด และร้อยละ 25.14 ช วนไปเที่ยวกลางคืน เช่น ผับบาร์ และชวนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทั้งนี้เยาวชนเกินครึ่ง หรือร้อยละ 52.53 ระบุว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจถูกล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์ได้
นางสาวปาริณี กล่าวว่า เยาวชน 1ใน3 หรือร้อยละ 36.64 มองว่าความรักบนโลกออนไลน์สามารถมีได้แต่ต้องพิสูจน์ต้องใช้เวลาและเห็นตัวตนในโลกของความจริง ร้อยละ 32.46 ระบุว่าความรักบนโลกออนไลน์ไม่ใช่ความรักแท้จริง เชื่อถือไม่ได้ ร้อยละ 11.29 มีความรักบนโลกออนไลน์ได้เพราะโตแล้ว และที่น่าห่วงคือร้อยละ 11.01 เลือกที่จะลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอคนที่ใช่ เมื่อถามถึงสิ่งแรกที่คิดจะทำหากถูกคุกคาม ละเมิดสิทธิ ถูกแบล็คเมล์ในโลกออนไลน์ คือ ร้อยละ 56.82 เลือกจะปรึกษาเพื่อน/ญาติสนิท ร้อยละ 26.02 ปรึกษาพ่อแม่ ร้อยละ 10.42 ปรึกษาองค์กร/มูลนิธิ มีเพียงร้อยละ 3.03เท่านั้นที่เลือกปรึกษาครู/หน่วยงานในสถานศึกษา
เมื่อถามถึงการติดสื่อออนไลน์ (สังคมก้มหน้า) ของวัยรุ่นไทย อยู่ในระดับใด เกือบครึ่ง หรือร้อยละ 49.91 ระบุว่าเข้าขั้นวิกฤต ร้อยละ 43.56 มองเป็นปัญหาปกติ ร้อยละ 6.53 มองไม่เป็นปัญหา อย่างไรก็ดีเยาวชนร้อยละ 81.18 ต่างเห็นด้วยว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับปัญหาของเด็กและเยาวชน เช่นการรู้ไม่เท่าทันสื่อ ปัญหาท้องไม่พร้อมและความไม่เสมอภาคระหว่างเพศ ฯลฯ
นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อออนไลน์ได้เข้ามาขอรับคำปรึกษาจากทางมูลนิธิหลายราย ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรายล่าสุดอายุเพียง 20 ปี ถูกฝ่ายชายที่รู้จักผ่านแชตออนไลน์ล่วงละเมิดทางเพศ ผู้ถูกกระทำยอมรับว่าได้พูดคุยกันเพียงไม่นาน จากนั้นได้นัดพบบ่อยครั้ง จนกระทั่งฝ่ายชายออกอุบายให้เปลี่ยนสถานที่นัดพบเป็นที่บ้านจากนั้นฝ่ายหญิงจึงถูกบังคับข่มใจในที่สุด กรณีนี้เกิดจากความเชื่อใจ พูดจาดูดีโน้มน้าวทำให้ตายใจ เอาหน้าที่การงานที่มั่นคงมาแอบอ้าง และจากการบอกเล่าเชื่อว่าฝ่ายชายจะไปก่อเหตุในลักษณะนี้กับผู้หญิงคนอื่นอีกแน่นอน
“อยากฝากเตือนสติวัยรุ่นว่า การแชตผ่านโปรแกรมออนไลน์ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ต้องมีสติระมัดระวังให้รอบด้าน อย่าใจร้อน อย่ารักโดยรวดเร็วเกินไป อย่าเชื่อในคำพูดขอให้ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน อย่าไว้ใจใครง่ายๆ เพราะโลกออนไลน์สมัยนี้นิยมใช้ชื่อปลอม เอาชื่อและใบหน้าคนอื่นมาแอบอ้างทำให้ถูกหลอกได้ง่าย จากข้อมูลที่เราได้พูดคุย เฉลี่ยแล้วผู้ชายจะโทรหรือแชตหาผู้หญิงบ่อยๆ เพื่อให้ตายใจ เชื่อใจ จากนั้นจะมีความสัมพันธ์กันแค่เพียง1-2เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ถูกกระทำอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าเปิดเผยหรือเอาผิด จึงอยากแนะนำหากใครตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้รีบแจ้งความทันที เพื่อไม่ปล่อยให้หลักฐานเนินนานเพราะจะเอาผิดลำบาก ทั้งนี้อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการเพื่อมาปกป้อง และภาครัฐต้องเร่งบรรจุหลักสูตรความเสมอภาคระหว่างไว้ในการเรียนการสอน เพื่อปรับทัศนคติให้เท่าเทียมไม่คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่” นายจะเด็จ กล่าว
ด้าน นางศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า โลกออนไลน์ช่วยให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้อย่างง่ายดายภายใน 3 คลิ๊ก จึงเสี่ยงที่อาจมีสื่อต่างๆที่ไม่เหมาะสม ขาดการไตรตรองอย่างรอบคอบ ยิ่งสมัยนี้มีผู้ไม่หวังดีอาจนำมาใช้และเสี่ยงที่จะถูกหลอกได้ง่าย หลายรายต้องผิดหวังจบชีวิต ถูกทำร้ายรุนแรง ซึ่งที่ปรากฎเป็นข่าวเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น คือต้องไม่ลืมว่ารักออนไลน์มีน้อยมากที่จะเป็นเหมือนในละคร ที่จะสวย หล่อ เก่งฉลาด จึงขอฝากข้อคิดกับวัยรุ่นหากจะมีความรู้สึกดีๆให้กันผ่านทางโลกออนไลน์จะต้องรอบคอบ กลั่นกรองข้อมูลให้ดี และนำสื่อมาใช้ในทางสร้างสรรค์จะดีกว่า
ส่วนผู้ปกครองต้องดูแลไม่ให้เกิดความเสี่ยงตกสู่วงจรออนไลน์ เช่น ควบคุมการเข้าเว็บไซต์ มีกติการ่วมกัน และพูดคุยเรื่องต่างๆเป็นประจำกับลูก และขอฝากถึงรัฐบาลให้เร่งคลอดกลไกตาม พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่พึ่งผ่าน สนช. เมื่อเร็วๆนี้ โดยเร่งกำหนดงบประมาณกองทุนให้ชัดเจน ให้คนทุกกลุ่มได้เข้าถึง เนื่องจากปัญหาเด็กไทย ไม่เท่าทันสื่ออยู่ขั้นวิกฤตแล้ว







