7ปีพ.ร.บ.คุมเหล้าลดปัญหาสังคม
"หมอมงคล"เผย ครบรอบ7ปี พ.ร.บ.คุมเหล้าช่วยลดปัญหาสังคม สคล.ขอเจ้าหน้าที่จับปรับจริง
"หมอมงคล"เผย ครบรอบ7ปี พ.ร.บ.คุมเหล้าช่วยลดปัญหาสังคม สคล.ขอเจ้าหน้าที่จับปรับจริง
เมื่อวันที่10ก.พ. ที่โรงแรมมิราเคิล เมื่อเวลา10.00 น.ในเวทีเสวนา“ทบทวน7ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551” เนื่องในโอกาสครบรอบ7ปีกฎหมายคุมน้ำเมาที่ประชาชนให้การสนับสนุนมากที่สุด จัดโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ในงานมีภาคีเครือข่ายงดเหล้าเข้าร่วมกว่า100 คน
นายแพทย์มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข และประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในยุคนั้น กล่าวว่า กว่าจะมาเป็นพ.ร.บ.ความคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551ได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดันมาเป็นระยะเวลานาน มีความยากลำบากกว่าจะผ่านแต่ละขั้นตอนและเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ ต้องบอกเลยว่ากฎหมายฉบับนี้ กว่า60% เกิดจากประชาชน ที่รวมพลังขับเคลื่อนพร้อมใจกันลงชื่อสนับสนุนกว่า13ล้านคน จึงถือว่าเป็นกฎหมายที่มีประชาชนให้การสนับสนุนมากที่สุด อย่างไรก็ตามหลังจากกฎหมายนี้ถูกนำมาใช้จนครบ7ปี ในวันที่14 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญทำให้สังคมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนเกิดความตระหนัก ทราบถึงข้อกฎหมายและยินดีให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมากขึ้น จากนั้นก็เริ่มเห็นพัฒนาการของกฎหมายในการออกมาตรการใหม่ๆ มาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการลดปัญหา ช่วยให้อุบัติเหตุลดลง ทำให้ความเสียหายความสูญเสียลดลง
“การที่จะพัฒนากฎหมายให้ครอบคลุมได้นั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะเจตนาของพ.ร.บ.นี้เพื่อต้องการลดปริมาณการดื่ม อันตรายจากการดื่มทั้งอุบัติเหตุ ความรุนแรง ปัญหาสุขภาพ และป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ไม่ให้เข้าสู่วงจร คงต้องเร่งทำอีกหลายขั้นตอน ส่วนสิ่งที่เป็นห่วงในขณะนี้คือการโฆษณาชักจูงใจของบรรดาบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มุ่งเป้าเพิ่มนักดื่ม ซึ่งเราต้องช่วยกันเร่งขับเคลื่อนอย่างชาญฉลาดหาส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เพื่อต่อยอดทำพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้สมบูรณ์ และลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด อยากฝากว่า พลังประชาชนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยให้เจตนาของพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ดังนั้นขอให้กำลังใจทุกฝ่ายให้อดทน และไม่ท้อถอย รวมถึงฝ่ายนโยบายต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดอย่าให้ธุรกิจแอลกอฮอล์เข้ามามีอิทธิพล และต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง”นายแพทย์มงคล กล่าว
เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า7ปีของการบังคับใช้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เห็นชัดเจนว่าคนส่วนใหญ่รู้เกี่ยวกับปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น แต่มีบางส่วนที่ยังขาดการตระหนักและไม่ทำตามกฎหมาย โดยเฉพาะร้านค้าแบรนด์ดังหรือร้านค้าปลีกที่รู้ข้อกฎหมายแต่ยังละเมิดเช่น การขายเหล้าให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี พบเห็นได้ทั่วไปอีกทั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เคยเอาผิดสาวไปถึงผู้ที่ขายให้เด็กทั้งที่ความผิดชัดเจน และที่ยังเป็นปัญหาสำคัญคือบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำการตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งการทำCSR การเป็นสปอนเซอร์ การโฆษณา ลดแลกแจกแถม โดยอาศัยช่องว่างของกฎหมายและการบังคับใช้ บางรายตั้งบริษัทลูกบังหน้าเพื่อรับผิดแทนสะท้อนได้จาก ผลการดำเนินงานเฝ้าระวังและบังคับใช้พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พบว่า ตลอดปี2557 มีการรับเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมาย ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรามากถึง3,839ครั้งและการดำเนินคดี620ราย ฐานความผิดอับดับ1คือ โฆษณาสื่อสารการตลาด รองลงมาคือ ขายโดยไม่มีใบอนุญาต3.ขายในสถานที่ห้ามขาย4.เร่ขายและลดแลกแจกแถม5.ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า20 ปี
“สถานการณ์การดื่มของคนไทยแม้จะดีขึ้นตามลำดับเห็นได้จากกิจกรรมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา คนไทยเข้าร่วมกว่า17ล้านคน หรือ83.4%ประหยัดเงินกว่า77,700 ล้านบาท แต่เพื่อให้การรณรงค์ต่างๆรวมถึงกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความต่อเนื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีอำนาจต้องตรวจจับดำเนินคดีอย่างเข้มงวดรวดเร็ว คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ต้องกำหนดมาตรการใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ล่าสุดได้ลงนามกฎหมายลูกต่างๆ เช่น ห้ามขายห้ามดื่มบนรถไฟและสถานี รวมถึงออกประกาศกําหนดระยะเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี58 ซึ่งทำให้ชัดเจนขึ้นเอาผิดได้ทั้งผู้ขายที่มีและไม่มีใบอนุญาต และต่อไปหีบห่อบรรจุภัณฑ์จะใช้ศิลปิน ดารา นักกีฬาไม่ได้ด้วย”เภสัชกรสงกรานต์ กล่าว
ทั้งนี้ภายในงานตัวแทนจากเครือข่ายงดเหล้าและภาคีกว่า264องค์กร ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ประกาศเจตนารมณ์ สนับสนุน พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ฉบับใหม่ เนื่องจากเห็นว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความสูญเสียมหาศาลให้กับสังคมและประเทศชาติไม่น้อยไปกว่าปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยพบว่าบุหรี่มีความเชื่อมโยงไปสู่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆเป็นเสมือนประตูบานแรกก่อนที่จะเข้าหาอบายมุขอื่นทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติดในที่สุดโดยหลังจากนี้เครือข่ายจะร่วมกับภาคีทุกจังหวัดในการแสดงจุดยืนนี้ร่วมกันทั่วประเทศและจะมีการล่ารายชื่อประชาชนสนับสนุนอีกทางหนึ่งด้วย และขอให้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการออกกฎหมายฉบับนี้โดยยึดประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ตลอดจนให้ความสำคัญกับการปกป้องเด็กและเยาวชน อย่าตกเป็นเครื่องมือของอุตสาหกรรมยาสูบที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าชีวิตคน สุดท้ายได้ประณาม อุตสาหกรรมยาสูบที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวซึ่งแอบอ้างผลกระทบของผู้ค้ารายย่อย รวมไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบ และขอเรียกร้องให้อุตสาหกรรมยาสูบยุติการกระทำดังกล่าว







