
วอชิงตันไม่ปล่อยไทย
ดูเหมือนไทยกับสหรัฐจะเริ่มกลับมาสานสัมพันธ์กันอีกครั้ง หลังหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่งจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. สะท้อนได้จากสหรัฐพยายามแสดงบทบาทในไทยอีกครั้ง แม้จะยังยืนยันหลักการประชาธิปไตยก็ตาม
ดูเหมือนไทยกับสหรัฐจะเริ่มกลับมาสานสัมพันธ์กันอีกครั้ง หลังหยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่งจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. สะท้อนได้จากสหรัฐพยายามแสดงบทบาทในไทยอีกครั้ง แม้จะยังยืนยันหลักการประชาธิปไตยก็ตาม
นับตั้งแต่การเดินทางเยือนประเทศไทย แดเนียล รัสเซล ผู้แทนรัฐบาลสหรัฐประจำเอเชียตะวันออก ได้มีการพบปะหารือกับนักการเมืองหลายฝ่าย และแสดงปาฐกถาเรียกร้องให้ไทยยกเลิกกฎอัยการศึก
ต่อมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อกรณีที่รัฐบาลไทยควบคุมตัวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายตรงข้าม หลังจากนักการเมืองคนดังกล่าวได้ยื่นหนังสือกับเจ้าหน้าที่ทางการทูตสหรัฐประจำประเทศไทย
ล่าสุด แพ็ตทริก เมอร์ฟี อุปทูตสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงแห่งความท้าทาย และรัฐบาลวอชิงตันปรับลดขนาดการฝึกคอบร้าโกลด์ระหว่างกองทัพสหรัฐกับไทยและพันธมิตรสหรัฐอื่นๆ ลง เพื่อให้ไทยกลับไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง
เอียน สตอรีย์ เจ้าหน้าที่อาวุโสผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในเอเชียของสถาบันการศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แสดงความเห็นว่า สหรัฐต้องกลับมาสานสัมพันธ์กับไทยเพื่อคานอำนาจจีน และหากมีการยกเลิกการฝึกคอบร้าโกลด์ กรณีดังกล่าวจะมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาค
“การยกเลิกการฝึกจะสร้างโอกาสให้รัฐบาลปักกิ่งของจีนกระชับความสัมพันธ์กับไทย และมีความหมายว่าบางอย่างไม่ใช่ผลประโยชน์ของวอชิงตันในบริบทของการแข่งขันของจีนกับสหรัฐในอาเซียน” สตอรีย์ กล่าว







