
ปปส.สนธิกำลัง3หน่วยงานลุยจับเครือข่ายค้ายาเสพติดแม่น้ำโขง
ป.ป.ส. สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ ทหาร ดีเอสไอปลุยจับเครือข่ายค้ายาเสพติดขนผ่านแม่น้ำโขง
ป.ป.ส. สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจ ทหาร ดีเอสไอปลุยจับเครือข่ายค้ายาเสพติดขนผ่านแม่น้ำโขง
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำโดยนายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.อํานวย นิ่มมะโน ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 1 พล.ต.บรรเจิด ฉางปูนทอง ผู้บังคับการกองกําลังผาเมือง นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกําลังปฏิบัติการจับกุม/ตรวจค้นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดในพื้นที่เป้าหมายรวม 14 จุด แบ่งเป็นในพื้นที่ จ.เชียงราย 8จุด จ.เชียงใหม่ 1จุด จ.สมุทรปราการ 1จุด จ.นนทบุรี 1จุด และ จ.สงขลา 3 จุด รวมกําลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ประมาณ 165 นาย เป็นปฏิบัติการจับกุมตรวจค้นเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสําคัญ รวม 4 ราย คือ
1. นายภาวี เลิศกฤติธร อายุ 31 ปี ชาวต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย ตามหมายจับศาล จ. สมุทรปราการ
2. นายมนตรี แซ่อึ้ง อายุ 32 ปี ชาวต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ. สมุทรปราการ หมายจับศาล จ.สมุทรปราการ
3. กุมนายนิกร แซ่ลี อายุ 20 ปี ชาวต.ป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย หมายจับศาล จ. สมุทรปราการ
4. นายกฤษณันท์ มณีโรจน์ อายุ 43 ปี ชาว ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ตามหมายจับศาล จ.สงขลา
สำหรับเครือข่ายการค้ายาเสพติดนายภาวี เลิศกฤติธร นั้น สํานักงาน ป.ป.ส.ได้ร่วมกับ สภ.สําโรงเหนือ สืบสวน ติดตามพฤติการณ์มาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งพบว่าเป็นเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่สามารถจัดหายาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน ไทย-พม่า และพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ได้คราวละจํานวนมาก การลักลอบลําเลียงจะใช้เส้นทางตามแม่น้ําโขงบริเวณ สามเหลี่ยมทองคําทอดยาวตลอดมาถึงพื้นที่ด้าน จ.เลย จ.หนองคาย เป็นจุดลักลอบนําเข้ายาเสพติด ลําเลียงเข้าพื้นที่ตอนใน ให้เครือข่ายเก็บพักและจําหน่ายให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะกรุงเทพ สมุทรปราการ นนทบุรี
ทั้งนี้ ทาง เจ้าหน้าที่ได้เคยจับกุมเครือข่ายนายภาวี ไปแล้วหลายรายและมีการยึดทรัพย์สินไปเป็นจํานวนมาก แต่เนื่องจาก นายภาวี เลิศกฤติธร ยังไม่ถูกจับกุมจึงยังสามารถจัดหายาเสพติดเข้ามาจําหน่ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทาง สภ.สําโรงเหนือ จ. สมุทรปราการ ได้จับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายที่เป็นลูกค้ายาเสพติดของนายภาวี และสามารถขยายผลจนสามารถ ออกหมายจับกุมนายภาวี นายมนตรี แซ่อึ้ง และนายนิกร แซ่ลี ได้ในที่สุด และได้ทําการขยายผลยึดทรัพย์สิน ดังนี้
1.เงินในบัญชีธนาคารประมาณ 25 ล้านบาท
2.รถยนต์รวม 9 รายการ เป็นรถยนต์ 6 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน
3.ที่ดินพร้อมบ้านพักอาศัย รวม 8 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 10 ไร่
รวมทรัพย์สินทั้งสิ้นมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท
ขณะเดียวกันอีกชุดปฏิบัติการ ได้เข้าทําการจับกุมนายกฤษณันท์ ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับศาล จังหวัดสงขลาตั้งแต่ปี2549 และเคยเป็นนักค้ายาเสพติดที่สํานักงานป.ป.ส.และตํารวจภูธรภาค9 ต้องการตัวมากที่สุด หลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี แต่ยังมีพฤติการณ์จัดหายาเสพติดจากด้านพื้นที่ จ.เชียงราย และพื้นที่ภาคกลาง ให้เครือข่าย ลําเลียงไปจําหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้สืบสวนพบว่าหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่าน ต. บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี และเฝ้าติดตามจนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยได้ขยายผลตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง รวม4 จุดในพื้นที่ จ.นนทบุรีและ จ.สงขลาผลการปฏิบัติสามารถยึด/อายัดทรัพย์สินได้แก่บ้านพักอาศัยที่ จ.นนทบุรี อพาตเมนท์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายกฤษณันท์ มณีโรจน์ ในพื้นที่ จ.สงขลา มูลค่ารวมประมาณ 15 ล้านบาท
รวมทรัพย์สินทั้งสองคดี สิ้นมูลค่ารวมประมาณ 70 ล้านบาท
นายเพิ่มพงษ์ กล่าวว่า การสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งจาก ป.ป.ส. ตำรวจ ทหาร และดีเอสไอ ในครั้งนี้เพื่อขยายผลจับกุมยึดทรัพย์เครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่มักใช้เส้นทางลำเลียงยาเสพติดทางแม่น้ำโขง โดยจากการติดตามพฤติการณ์มาเป็นระยะเวลานาน พบว่า เครือข่ายที่สนธิกำลังจับกุมในวันนี้ เป็นเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่สามารถจัดหายาเสพติดจากพื้นที่ชายแดน ไทย-พม่า และพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว ได้คราวละจํานวนมาก ลําเลียงโดยใช้เส้นทางแม่น้ําโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคํา มาถึงพื้นที่ด้าน จ.เลย จ.หนองคาย ก่อนลําเลียงเข้าพื้นที่ตอนใน ให้เครือข่ายเก็บพักและจําหน่ายให้กับนักค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง ปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นอีกแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 4 ประเทศ คือ ไทย จีน พม่า ลาว ซึ่งนอกเหนือจากความร่วมมือปฏิบัติงานร่วมกันทั้ง 4 ประเทศแล้ว แต่ละประเทศก็ได้กำหนดพื้นที่ปฏิบัติงานของตัวเองด้วย







