
7วันคุณแชร์เราเช็ก
เนื่องจากปัจจุบันมีการแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก มีทั้งเรื่องจริง เรื่องไม่จริง
เนื่องจากปัจจุบันมีการแชร์ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก มีทั้งเรื่องจริง เรื่องไม่จริง ซึ่งบางส่วนได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมในวงกว้าง “โพสต์ทูเดย์” จึงเปิดคอลัมน์ “คุณแชร์เราเช็ก” เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อเท็จจริงของข้อมูลเหล่านี้
จากนี้หากมีข้อสงสัยในสาระข้อเท็จจริงของข้อมูล เรื่องใดจริง เรื่องใดลวง ถ้าคุณแชร์มา เราจะเช็กเพื่อยืนยัน!
‘แมงกินลิ้น’ ในกระป๋องปลาทูน่า (จริง) เด่น
เป็นหนึ่งในภาพที่มีการแชร์ไปทั่วโลก สำหรับภาพของสาวชาวเมืองนอตติ้งแฮม ในอังกฤษ ที่เปิดกระป๋องปลาทูน่าและพบว่าภายในมี “บางสิ่ง” คล้ายสิ่งมีชีวิต สร้างความสงสัยให้กับสังคมออนไลน์ว่า สิ่งที่พบเป็นสัตว์แปลกประหลาดพันธุ์ใหม่ หรือเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใดกันแน่
สอบถามไปยัง “เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการยืนยันว่า สิ่งนี้เป็นตัวอ่อนของสัตว์ปรสิตประเภทหนึ่ง ชื่อว่า แมงกินลิ้น หรือ Tongue-Eating Louse เป็นสัตว์กลุ่มกุ้งปู ที่เข้าเกาะที่ลิ้นของปลาทะเล ดูดเลือดปลากิน จนลิ้นปลาฝ่อและฝังตัวติดกับกล้ามเนื้อลิ้นปลา
อย่างไรก็ตาม แมงกินลิ้นมักถูกจำกัดในขั้นตอนการผลิตปลาทูน่า เนื่องจากมีการตัดหัวและเครื่องในปลาทิ้ง แต่หากพบและต้มสุกแล้วก็สามารถรับประทานได้ไม่มีพิษ
แชตเวลาทำงานถูกไล่ออกได้ไม่ต้องจ่ายชดเชย (จริง) เด่น
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้แชร์ข้อความในไลน์ระบุว่า ศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาว่า นายจ้างสามารถไล่ลูกจ้างที่แชตหรือเล่นอินเทอร์เน็ตในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงานออกได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จนมีคำถามว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
คอลัมน์ทนายคลายทุกข์ โดย “เดชา กิตติวิทยานันท์” ตีพิมพ์ในโพสต์ทูเดย์เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ให้คำตอบไว้ชัดเจนว่า เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง โดยมีรายละเอียดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2557 ในคดีที่ลูกจ้างเป็นโจทก์ฟ้องนายจ้างไล่ออกไม่เป็นธรรมเนื่องจากเล่นอินเทอร์เน็ตพูดคุยเรื่องส่วนตัวในที่ทำงาน
คำพิพากษาระบุว่า การที่โจทก์ใช้เวลาทำงานและใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของจำเลยในเรื่องส่วนตัวเป็นประจำเกือบทุกวัน วันละเป็นชั่วโมงย่อมทำให้งานในหน้าที่บกพร่อง ต่ำกว่ามาตรฐานที่จำเลยต้องการและไม่สามารถปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายได้ จำเลยจึงชอบที่จะเลิกจ้างโจทก์ได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายชดเชย
‘เบญจอำมฤตย์’ สมุนไพรต้านมะเร็ง (จริง)
หลังจากมีข้อมูลแชร์ในสังคมออนไลน์เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้นำยาสมุนไพรโบราณชื่อ เบญจอำมฤตย์ ที่มีสรรพคุณรักษาโรคมะเร็งมาแจกให้กับผู้ป่วยฟรีนั้น
นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ได้ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นความจริง โดยได้แจกสมุนไพรให้กับผู้ป่วยฟรีตั้งแต่ ก.พ. 2557 ที่โรงพยาบาล 14 แห่ง โดยพบว่าผลการใช้ยาสมุนไพรควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบันผู้ป่วย 70% มีอาการดีขึ้น และขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินผลการรักษา หากเป็นที่น่าพอใจก็อาจผลิตเป็นยาเพื่อจำหน่ายต่อไป
ป้ายห้ามคนไทยนั่งโต๊ะร้านค้าใกล้วัดดังอยุธยา (จริง)
ผู้อ่านโพสต์ทูเดย์ส่งภาพถ่ายพร้อมแจ้งมาว่า บริเวณโต๊ะอาหารบางจุดในตลาดวังโบราณ ใกล้วัดมงคลบพิตร อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ติดป้ายข้อความว่า “ขอความร่วมมือ ห้ามนั่งในเวลา 11.00-14.00 น. ไว้ให้ฝรั่งนั่งกินข้าว ขอบคุณ” จนเกิดความสงสัยในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยว่า ร้านค้าในย่านนั้นต้อนรับเฉพาะชาวต่างชาติหรือไม่
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบและได้รับการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่วัดมงคลบพิตรว่า ป้ายดังกล่าวมีอยู่จริง แต่จะติดไว้เฉพาะช่วงกลางวันของวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาจำนวนมาก มัคคุเทศก์จึงประสานทางวัดขอใช้โต๊ะอาหารบางจุดซึ่งอยู่ใกล้ที่จอดรถเป็นสถานที่รับประทานให้กับคณะนักท่องเที่ยว พร้อมยืนยันว่าวัดไม่มีนโยบายเลือกปฏิบัติ และในช่วงเวลาอื่นรวมทั้งวันธรรมดาก็จะนำป้ายออกเพื่อให้ทุกคนเข้าไปนั่งได้ตามปกติ
พระสงฆ์ถือปืนถ่ายภาพโชว์ (ไม่จริง)
ภาพพระภิกษุถืออาวุธปืนสองมือทั้งชนิดสั้น-ยาว แถมยังเหน็บไว้บนอังสะที่สวมใส่อีก 2 กระบอกถูกแชร์ในกลุ่มผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ชาวไทยทั้งในไลน์และเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก จนเป็นคำถามว่า ภาพดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แถมยังมีข้อมูลด้วยว่า พระภิกษุรูปนี้มีใบหน้าคล้ายกับรองเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
โพสต์ทูเดย์ได้รับการชี้แจงจาก พระกิตติ กิตติพุทโธ รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขากลาย ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง ว่า ภาพดังกล่าวได้ถูกผู้ที่ต้องการกลั่นแกล้งตัดต่อใส่ภาพอาวุธปืนลงไปในภาพ และขอยืนยันว่าไม่เคยถือปืนตามที่ปรากฏในภาพอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวผู้ที่ตัดต่อภาพแล้ว







