
ควบรวมองค์กรอิสระ-ท้องถิ่น จุดสะดุดรธน.ใหม่
ประเด็นความขัดแย้งเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการปลุกปั่น
โดย....ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ประเด็นความขัดแย้งเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยู่ระหว่างการปลุกปั่น และหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการไม่ยอมรับจากสังคม หรืออาจรุนแรงถึงขั้นส่งผลในขั้นตอนการโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญในชั้นการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
สืบเนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ถือเป็นฉบับ “ปฏิรูป” ซึ่งมุ่งหวังจะเข้ามาแก้ปัญหาในอดีต จัดวางโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม การเมืองกันใหม่หมดเพื่อพาประเทศหลุดจากความขัดแย้ง
นวัตกรรมใหม่ๆ จึงถูกเข็นออกมาอยู่ในรัฐธรรมนูญด้วยความเชื่อที่ว่าความแตกต่างจะนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น ไม่ยอมจมอยู่กับวังวนปัญหาเดิมๆ
แต่อีกด้านหนึ่ง การควบรวม การยุบ การเพิ่มกลไกต่างๆ กลับกลายเป็นชนวนสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้รับผลสะเทือนจากอำนาจหน้าที่ที่เปลี่ยนไป
เริ่มตั้งแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกปรับเปลี่ยนบทบาทให้เหลือสถานะเป็นผู้ควบคุมดูแลการเลือกตั้ง พร้อมโอนย้ายหน้าที่จัดการเลือกตั้งไปยังคณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) ท่ี่มาจากการคัดเลือกของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และ ผบ.ตร.
ปมนี้เคยนำมาสู่วิวาทะรุนแรงก่อนหน้านี้เมื่อ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ออกมาเปรียบเปรยว่า การให้อำนาจมหาดไทยไปจัดเลือกตั้งเหมือนกับ “ส่งดาบให้โจร” จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต ปลุกให้สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) ออกมาไล่บี้ สมชัย ลาออก ก่อนที่ ม.ล.ปนัดดาดิศกุล ต้องออกมาเคลียร์ใจทั้งสองฝั่ง
ประเด็นนี้ยังไม่จบเมื่อ ศุภชัยสมเจริญ ประธาน กกต. ออกมาประกาศ หากไม่สามารถทำงานได้ก็ลาออก
ถัดมาที่ประเด็นการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องอำนาจหน้าที่ที่แตกต่างระหว่าง กสม.และผู้ตรวจการแผ่นดิน การควบรวมจะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่
ปัญหาเริ่มก่อตัวมากขึ้นเมื่อองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายภาคประชาชน รวม 30 องค์กร จัดทำข้อเสนอถึงประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คัดค้านการควบรวมระหว่างสององค์กรนี้ เนื่องจากหน้าที่ที่แตกต่างกัน
ทว่า บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังยืนยันว่า การควบรวมทั้งสององค์กรจะเป็นการยกระดับการทำงาน ซึ่งมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย โดยต่างประเทศมีทั้งควบรวมและแยกทั้งสองหน่วยงาน
ยังมีอีกหลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ แต่มีแนวโน้มว่าจะสร้างปัญหา อาทิ การยกเลิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และผนวกเข้ากับเทศบาลเมืองยกเป็น “เทศบาลจังหวัด”
ส่วนที่มาของสมาชิกเทศบาลจังหวัดจะมาจากทั้งเลือกตั้งและแต่งตั้งในสัดส่วนเท่ากัน และยกเลิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คงเหลือเฉพาะเทศบาลจังหวัด เทศบาลอำเภอ เทศบาลตำบล
ปัญหาในส่วนของการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่นมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ปัญหาได้ง่าย เพราะการกระจายอำนาจถือเป็นหนึ่งในเรื่องหลักของการกระจายอำนาจ การดึงอำนาจกลับไปเป็นรูปแบบเทศบาลอาจเดินสวนทางกลับที่ควรจะเป็น
ที่สำคัญเรื่องนี้จะกระทบไปถึึงทั้ง อบต.และ อบจ.ทั่วประเทศที่มีจำนวนไม่น้อย ความไม่พอใจนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรัฐธรรมนูญ
ยังไม่รวมไปถึงระบบการเลือกตั้งรูปแบบใหม่ที่มีต้นแบบจากเยอรมนี ว่ากันว่าจะไปลดทอนเก้าอี้ส่วนเกินให้กลับมาสอดรับกับเสียงของประชาชนที่หย่อนบัตรจริงๆ แม้เรื่องนี้จะถูกมองว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังพยายามลดขนาดพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ปิดเส้นทางการกลับมาของขั้วอำนาจเก่า
ระบบการเลือกตั้งจึงถือเป็นอีกปมล่อแหลมง่ายต่อการปลุกปั่นเคลื่อนไหวไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ
นี่เป็นเพียงแค่ปมปัญหาบางส่วนที่อาจนำไปสู่การไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ จำเป็นจะต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อให้สังคมได้รับรู้ข้อดีข้อเสียอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อไม่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องสูญเปล่า







