ผ้าไหมโคราชซบเซาปิดกิจการระนาว
นครราชสีมา-ผ้าไหมโคราชซบเซายอดปี 57 หายเกินครึ่ง คาดปีนี้ปิดกิจการกันระนาว
นครราชสีมา-ผ้าไหมโคราชซบเซายอดปี 57 หายเกินครึ่ง คาดปีนี้ปิดกิจการกันระนาว
เมื่อวันที่3ก.พ. นางอาทิตยา สิริมัชชาดากุล ประธานศูนย์ไหมนครชัยบุรินทร์ และนายกสมาคมไหมไทยนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภาวะตลาดผ้าไหมในช่วง2ปีที่ผ่านมา ตลาดซบเซาอย่างหนัก ยอดขายลดลงไปมากกว่า 50% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ซบเซา อีกทั้งวัตถุดิบที่มีราคาแพงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายปิดกิจการ หากมองภาพรวมถือว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดของผ้าไหมโคราช
"เมื่อย้อนหลัง ในช่วงปี 2555 จังหวัดมีการผลิตผ้าไหมออกสู่ตลาดมากกว่า 10 ล้านหลาต่อปี สามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 4,100 ล้านบาท แต่ปี 2557 ผ้าไหมออกสู่ตลาดลดลงไม่ถึง 5 ล้านหลา ยอดขายหายไปเกินครึ่ง เหลือไม่ถึง 1,500 ล้านบาท ซึ่งผ้าไหมจากจังหวัดนครราชสีมา ถือว่ามีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุด ในกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมนครชัยบุรินทร์ 4 จังหวัด (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) ซึ่งเคยมีรายได้รวมปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท ขณะนี้เหลือไม่ถึง 2,500 ล้านบาท" นางอาทิตยา กล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันผู้ผลิต และผู้ประกอบการผ้าไหมโคราชปิดกิจการไปแล้วกว่า 100 ราย จากเดิมมีมากกว่า 200 ราย ลดลงเกินครึ่ง ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ซึ่งเคยมีเครื่องทอผ้าไหม หรือกี่ อยู่กว่า 500 กี่ ก็ต้องปิดกิจการไปแล้วหลายราย เมื่อก่อนเฉพาะใน อ.ปักธงชัย มีอยู่มากกว่า 2,000 กี่ แต่ปัจจุบันรวมแล้วไม่ถึง 500 กี่ แรงงานต่างๆ ส่วนใหญ่หันไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีรายได้ที่แน่นอนและมากกว่าการทอผ้าไหม และอีกส่วนหนึ่งก็หันไปทำการเกษตร เมื่อไม่มีออเดอร์ ทำให้ผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ และต้องปิดกิจการไปในที่สุด


