posttoday
ไทยพ่ายฟิลิปปินส์ปัจจัยน่าลงทุน

ไทยพ่ายฟิลิปปินส์ปัจจัยน่าลงทุน

02 กุมภาพันธ์ 2558

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ต่างชาติต่างจับตามองไทย ในฐานะที่เปี่ยมไปด้วยด้านโอกาสการลงทุนสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่างไรก็ตามไทยกลับติดอยู่ในบ่วงปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความสนใจของต่างชาติกระจายไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ต่างชาติต่างจับตามองไทย ในฐานะที่เปี่ยมไปด้วยด้านโอกาสการลงทุนสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อย่างไรก็ตามไทยกลับติดอยู่ในบ่วงปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ความสนใจของต่างชาติกระจายไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค

สำนักข่าวบลูมเบิร์กแสดงทัศนะเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้ประเทศที่ควรจับตามองคือฟิลิปปินส์ โดยทางบลูมเบิร์กได้เปรียบเทียบปัจจัยน่าลงทุนระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ไว้ 5 ประการ ดังต่อไปนี้

ประการแรก การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทยและฟิลิปปินส์นั้น มีการเติบโตด้านจีดีพีที่คล้ายคลึงกันมากในปี 2006 แต่จากความไม่สงบและความไม่แน่นอนทางการเมือง รวมถึงน้ำท่วมในปี 2011 ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง

ตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ที่กำลังมุ่งหน้าสู่เสถียรภาพ ภายหลังจากที่ประธานาธิบดี เบนิญโญ อาคิโน แห่งฟิลิปปินส์พยายามแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นนับตั้งแต่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งในปี 2010 รวมถึงการลงทุนแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสภาพอากาศอีกด้วย

ประการที่สอง ภาคการผลิต ดัชนีความสามารถในการแข่งขันทั่วโลกของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ประเทศไทยตกลงจากที่ 33 ในปี 2007 ไปอยู่ที่อันดับ 67 ในปี 2014 ที่ผ่านมา ในขณะที่ฟิลิปปินส์กลับมีอันดับด้านการแข่งขันดังกล่าวดีขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2011 ส่งผลให้ภาคการผลิตของไทยชะลอตัวลง ทั้งด้านการลงทุนเพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมถึงเครื่องจักรไทยยังล้าสมัย โดยเฉพาะในภาคส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ประการที่สาม การส่งออก โดยในขณะที่การส่งออกของไทยชะลอตัวติดต่อกันเป็นปีที่สอง การส่งออกของฟิลิปปินส์ปรับขึ้นถึง 12% ในปี 2014 ที่ผ่านมา นอกจากนี้นักลงทุนยังมองหาแหล่งลงทุน
ที่มีความมั่นคงด้านการเมืองมากกว่า มีค่าแรงถูกกว่า เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย อีกด้วย

ประการที่สี่ ความต้องการบริโภคภายในประเทศของไทยปรับตัวลงหลังจากความไม่สงบทางการเมืองและการขาดการใช้จ่ายของภาครัฐ ในขณะที่ทางฟิลิปปินส์มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่ส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

ประการสุดท้าย ลักษณะทางประชากรศาสตร์ อัตราการสืบพันธุ์ของไทยปี 2010-2015 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.4% เท่านั้น เมื่อเทียบกับฟิลิปปินส์ที่อยู่ที่ 3.1% โดยบลูมเบิร์กแสดงทัศนะว่า ไทยอาจเป็นประเทศที่มีปัญหาขาดประชากรวัยทำงานมากที่สุดในภูมิภาคก็ได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน