
ลำดับเหตุการณ์บึ้มสยามใต้กฎอัยการศึก
ลำดับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ภายใต้กฎอัยการศึก ที่มีคนหาญกล้ามาลองของ
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ภายใต้กฎอัยการศึก ที่มีคนหาญกล้ามาลองของ
ค่ำคืนในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 1 ก.พ.2558 เกิดเสียงดังคล้ายกับมีการระเบิดบริเวณจุดเชื่อมทางเดินระหว่างห้างสรรพสินค้าพารากอน และรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีสยาม
ตื่นตระหนกตกใจกันทั้งนักช็อปปิ้ง นักท่องเที่ยว และคนเดินทาง และทุกสายตาจับจ้องไปยังต้นตอของเสียงที่เกิดขึ้น
คล้อยหลังเพียงแค่ไม่กี่นาที ขณะที่สายตาของประชาชนที่ยังตกใจกับเสียงที่เกิดขึ้น ก็เห็นพวยควัน และเสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง
ระเบิดชุดนี้เองทำลายสิ่งของที่อยู่บริเวณใกล้เคียง และทำให้ประชาชนบาดเจ็บ 2 คน
การหนีตายและเสียงกรีดร้องของประชาชนกับเหตุที่เกิดขึ้นอยู่ในขั้นวิกฤตอย่างแรง เพราะหลายเดือนเกือบค่อนปี ที่คนไทยถูกชาชินและลบเลือนเกี่ยวกับความรุนแรง บวกกับรถไฟฟ้าบีทีเอสหยุดจอดรับส่งผู้โดยสารชั่วคราวที่สถานีสยาม ยิ่งสร้างความแตกตื่นหนักเข้าไปอีก และเกิดการวิพากษ์ จากประชาชนที่อยู่ในที่เกิดเหตุว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ไล่เรียงลำดับเหตุการณ์แห่งคืนโกลาหลกลางกรุงเทพมหานคร โดยหลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนสน.ปทุมวันเข้าถึงที่เกิดเหตุเป็นชุดแรก จับกลุ่มเดินเข้าตรวจสอบจุดระเบิดทันที พบว่าที่เกิดเหตุคือจุดที่อยู่หลังหม้อแปลงที่ใช้เพื่อรองรับไฟฟ้าสำหรับงานโฆษณา ก่อนจะรายงานว่าไม่ใช่ “ระเบิด” แต่เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าที่ปะทุทำให้เกิดเสียงดัง
21.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาให้ข่าวว่า เหตุการณ์ทีเกิดขึ้นนั้น เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง แต่คล้อยหลังเพียงแค่ 30 นาทีจากช่วงเวลาข้างต้น บิ๊กตำรวจหลายนาย รวมถึงนายพลทหาร และชุดอีโอดีทั้งสีกากีและสีเขียว ตบเท้าเข้าพื้นที่เกิดเหตุ ยิ่งสร้างความตระหนกให้กับประชาชนว่าทำไมแค่หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ตำรวจนายทหารระดับสูงต้องลงพื้นที่
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาค 1 นำกำลังเข้าตรวจสอบ ก่อนจะถึงบางอ้อว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากหม้อแปลงไฟฟ้า แต่เกิดจาก “ระเบิดแสวงเครื่อง” 2 ลูก เป้าประสงค์ทำลายล้าง 5-10 เมตร ชนิดตั้งเวลาดิจิตอล หน่วงเวลาให้เกิดระเบิดห่างกัน 3 นาที
โดยชุดเก็บกู้เข้าตรวจสอบ พบเศษตะปู ท่อน้ำชนิดเหล็กที่ใช้ทำระเบิด รวมถึงหลักฐานทุกอย่างที่กระจัดกระจาย พร้อมวางแนวกั้นไม่ให้ใครเข้ามาพลุกพล่าน
ถัดมา 22.00 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ แก้ลำกล่าวว่า หลังจากชุดอีโอดีเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องวางหลังหม้อแปลงไฟฟ้า ไม่ใช่เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ส่วนสาเหตุยังคงวางประเด็นเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ยังไม่ตัดประเด็นวันสถาปนาของมหาวิทยาลัยราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย
เมื่อพบว่าเป็นระเบิดดังกล่าว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกพล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจที่เกี่ยวข้องประชุมด่วนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อเวลา 24.00 น. เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และวางแผนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ก่อนจะพากันลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง กระทั่งเวลา 02.00 น. คณะของพล.ต.อ.สมยศ จึงเดินทางกลับ แต่ยังมีตำรวจและทหารประจำพื้นที่ทำงานตลอดทั้งคืนถึงช่วงเช้าของวันที่ 2 ก.พ.
นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขย่าขวัญคนกรุง ที่เล่นหนักถึงกับระเบิดกลางเมืองในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าที่มีคนพลุกพล่าน หนำซ้ำยังเป็นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นที่เรียกได้ว่ารุนแรงที่สุด นับแต่ทหารตบเท้าเข้ายึดอำนาจ







