5 ข้อเตือนใจ ระวังภัยทุบกระจกรถ
เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี โจรก็ต้องทำงานหนักขึ้น และประชาชนคนเดินดินที่ต้องเฝ้าระวังให้หนักไม่ต่างกัน
โดย...ไซเรน
เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี โจรก็ต้องทำงานหนักขึ้น และประชาชนคนเดินดินที่ต้องเฝ้าระวังให้หนักไม่ต่างกัน เพื่อหลีกหนีอาชญากรรมร้ายที่คนไม่ดีหมายปองทรัพย์สินของเราๆ ท่านๆ ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย
หลายครั้งกับเหตุทุบกระจกรถยนต์เพื่อลงมือขโมยทรัพย์สินที่อยู่ภายในเกิดขึ้นแม้จะจอดชิดขอบ หลบซ่อนทรัพย์สินของมีค่าปานใด เมื่อพลันหางตาของโจรร้ายที่สอดส่องไปยังรถยนต์เป้าหมายพบเห็นสิ่งของ มาตรการทำลายกระจกรถและหยิบฉวยทรัพย์สินก็มักจะเกิดขึ้น และเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพราะบางครั้งคนร้ายใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ก็หยิบทรัพย์สินนั้นที่อยู่ในรถหลบหนีลอยนวลไป
เฉกเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดท้องที่ สน.พหลโยธิน ภายในหมู่บ้านพรไพลิน 2 ซอยลาดพร้าว 41/1 รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในหมู่บ้านถูกทุบกระจกขโมยทรัพย์สินรวมแล้ว 5 คัน!!!
ตัวเลขที่ไม่ใช่น้อยๆ ที่สำคัญคือเจ้าของรถยนต์จอดรถไว้หน้าบ้าน และยังเป็นหมู่บ้านที่มี รปภ.ดูแลความปลอดภัยให้แต่ไม่วายโจรร้ายยังสามารถลงมือก่อเหตุได้
คนร้ายตระเวนใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในรถ เพื่อดูว่ารถคันไหนวางกระเป๋าทิ้งไว้ ก่อนจะใช้เหล็กงัดกระจกจนแตก โดยเน้นที่กระจกหลัง และหยิบเอาทรัพย์สินไป
เมื่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของเจ้าทรัพย์ ทั้ง รปภ.หมู่บ้าน หรือแม้แต่ตำรวจที่ต้องดูแลประชาชน แน่นอนว่าอาจไม่ทั่วถึง ดังนั้นแล้วการดูแลตัวเอง
จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ
เพราะเมื่อเคราะห์หามยามร้าย ใครก็มาช่วยคุณได้ลำบาก นอกเสียจากต้องไม่ประมาทเสียเอง วิธีการที่หนีภัยร้ายอย่างทุบกระจกชิงทรัพย์ เจ้าของรถยนต์จึงจำเป็นต้องจำใส่ใจ เพื่อไม่ให้ทรัพย์สินอันมีค่าของเราตกไปอยู่กับคนทำผิดกฎหมาย
1.การจอดรถ ควรจอดรถในบริเวณที่มีแสงสว่างเพียงพอ สามารถมองเห็นได้ง่าย ไม่ควรจอดรถในที่ลับตาคน หรือในที่เปลี่ยว
2.ควรจอดรถให้ใกล้กับจุดหมายที่คุณจะลงไปทำธุระให้มากที่สุด
3.อย่าวางสิ่งของที่มีค่าล่อตาโจรไว้ในรถยนต์โดยเด็ดขาด หากเป็นไปได้ให้นำติดตัวไปด้วย และหากเป็นสิ่งของชิ้นใหญ่เกินกว่าจะหอบหิ้วไป ควรเก็บไว้ที่กระโปรงท้ายรถ
4.ควรติดตั้งเครื่องสัญญาณป้องกันขโมย ประเภทที่มีเสียงดัง
5.ที่สำคัญเมื่อลงรถทุกครั้ง ให้ตรวจสอบว่าล็อกประตูรถยนต์ให้เรียบร้อยแล้วหรือไม่
ทริกง่ายๆ และเรียกว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำประจำหากจะลงจากรถยนต์ แต่กลับเป็นสิ่งที่เจ้าของรถยนต์อาจหลงลืมเป็นประจำหลายครั้ง
ดังนั้น นับจากนี้ไปต้องจำให้ขึ้นใจถึงวิธีการระวังของมีค่าตัวเอง ไม่เช่นนั้นอาจน้ำตาตกเมื่อมาเห็นรถยนต์ของตัวเองอีกครั้ง


