
สั่งล้างบางทุจริตศุลกากร
อภิสิทธิ์หมายหัวศุลกากรหลังถูกร้องเรียนทุจริตอันดับหนึ่ง สั่ง คลัง แก้ปัญหาด่วน ชี้ทุจริตในวงการเมืองสุดเน่า เหตุโกงเพื่อต่อยอดอำนาจตัวเอง เตรียมรื้อระบบการศึกษาให้มีเวลา 30 % เพื่อสร้างสำนึกเยาวชน
อภิสิทธิ์หมายหัวศุลกากรหลังถูกร้องเรียนทุจริตอันดับหนึ่ง สั่ง คลัง แก้ปัญหาด่วน ชี้ทุจริตในวงการเมืองสุดเน่า เหตุโกงเพื่อต่อยอดอำนาจตัวเอง เตรียมรื้อระบบการศึกษาให้มีเวลา 30 % เพื่อสร้างสำนึกเยาวชน
ที่โรงแรม รอยัลริเวอร์ ถนน จรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปบรรยายให้ผู้เข้ารับการอบรมตามหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.)รุ่นที่ ในหัวข้อ "บทบาทผู้นำการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กลไกการแก้ปัญหาของไทยและมุมมองในระดับสากล" โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการแสดงนโยบายวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการป้องกันและปราบการทุจริตในวงการราชการและการเมือง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทุจริตคอรัปชั่นที่ผ่านมาได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจจำนวนมากและยังทำให้ต้องเสียโอกาสในการค้าและการลงทุนเพราะถูกจัดลำดับไม่ได้ส่งผลต่อเครดิตของประเทศ ไม่เพียงเท่านี้ปัญหายังกระเทือนไปถึงระบบประชาธิปไตยด้วยเพราะมักจะต้องล้มลุกคลานจากการรัฐประหารที่มักจะเอาเงื่อนไขเรื่องการทุจริตมาดำเนินการ การแก้ไขปัญหานี้เคยมีความพยายามว่าจะเสนอค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มมากขึ้นแต่ปรากฎว่าก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเพราะบางกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐก็นำเงินที่ได้จากการทุจริตไปให้ผู้ใหญ่ซึ่งมีรายได้สูงอยู่แล้ว จึงเป็นการแสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหานี้ต้องแก้ที่ตัวบุคคล โดยที่ผ่านมากรมศุลกากรถูกนักลงทุนชาวต่างชาติร้องเรียนเข้ามามากที่สุดในเรื่องการไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินการ ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินการแก้ไขแล้ว
"หน่วยงานที่มีเรื่องร้องเรียนการทุจริตอันดับหนึ่ง คือ กรมศุลกากร ที่ถูกร้องเรียนอันดับหนึ่ง ในเรื่องของการใช้อำนาจ ดุลพินิจ ซึ่งเร็วๆ นี้เวทีเศรษฐกิจโลกจัดอันดับการเอื้ออำนวยต่อการทำการค้าต่างจำนวน 125 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยอันดับไม่ดี เฉพาะเรื่องภาษีศุลกากรอยู่อันดับที่ 124 ซึ่งปัญหาเกิดจากการตีความ การใช้อำนาจ ซึ่งตนต้องสะสางหลายเรื่อง เพราะที่มีการวินิจฉัยไม่ตรงกันในแต่ละระดับ และบางคนถูกลงโทษเพราะทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่คนหนึ่งแนะนำแล้วก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งก็ดำเนินการ ดังนั้นต้องมีการปรับรื้อกันทั้งระบบ รัฐบาลเองเคยพยายามนำแนวคิดเรื่องการตั้งชมรมเกี่ยวกับไม่ให้นักธุรกิจหรือนักลงทุนต้องมาจ่ายใต้โต๊ะให้กับราชการ แต่ปรากฎว่าผ่านท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รายงานกลับมาว่ายังไม่มีตอบรับที่จะมาเป็นสมาชิกเลย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลชุดนี้ได้มีความพยายามแก้ไขกลไกที่เอื้อประโยชน์ในหลายด้าน ได้แก่ 1.ระบบประมูลอิเล็คทรอนิกส์ หรือ อีอ๊อคชั่น ที่เดิมเคยคิดว่าจะเป็นการป้องกันการได้สินค้าไม่มีคุณภาพและได้วางกฎเอาไว้ถ้าการจัดซื้อจัดจ้างใดที่มีมูลค่าเกิน 2 ล้านต้องเข้าระบบนี้แต่ปรากฎว่ามีการตั้งงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างในวงเงิน 1.9 ล้านบาทจำนวนมาก ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทำให้ในหลายครั้งไม่ได้สินค้าที่มีคุณภาพแม้ว่าจะประหยัดงบประมาณก็ตาม 2.ราคากลาง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องประหลาดของประเทศไทยเพราะเป็นประเทศที่ยอมให้มีการเปิดเผยราคากลางได้เพื่อป้องกันการฮั้วราคาตามมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.)ที่เคยมีเอาไว้ แต่สุดท้ายก็เลยเป็นช่องโหว่ให้กระทำทุจริตได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขเพื่อความเหมาะสม
นายกฯ กล่าวอีกว่า 3.รางวัลสินบนนำจับ เดิมระบบนี้เป็นการวางเอาไว้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนมาให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่เอาเข้าจริงในทางปฎิบัติก็แก้ไขไม่ได้ จึงต้องมีการทบทวนเช่นกัน และ 4.การผูกขาด มักจะเกิดขึ้นในระบบการรับสัญญาสัมปทานของรัฐ มีหลายครั้งที่คู่สัญญามักหาข้ออ้างจากปัจจัยแวดล้อมเพื่อมาขอแก้ไขสัญญาทำให้รัฐต้องเกิดความสูญเสีย โดยทั้งหมดให้กระทรวงการคลังเข้าไปดำเนินการแก้ไข
"การรณรงค์ เรื่องนี้ต้องไปไกลว่าการบอกเพียงว่าอย่าโกง อย่าทุจริต เพราะในสังคมคนโกงมีฐานะ บางคนถูกยกย่องว่าโกงเก่ง ซึ่งการทุจริตคอร์รัปชันทางการเมืองของไทย คล้ายหลายประเทศ แม้แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเต็มรูปแบบ สมัยก่อนโกงเพื่อความสุขส่วนตัว แต่พอมีตำแหน่งมีสถานภาพชีวิตก็เปลี่ยนไป และวงจรการทุจริตที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความสุขส่วนตัวอีกต่อไป แต่เกิดขึ้นเพื่อเป็นการต่อยอดอำนาจของตัวเอง เป็นการสร้างบารมี สร้างให้อยู่กับตัวของนักการเมืองเองและตัวของประชาชน ฉะนั้น ถ้าสามารถตัดวงจรตรงนี้ก็ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันหมดไปจากแวดวงการเมือง แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะนักการเมืองท้องถิ่นจนถึงระดับชาติส่วนใหญ่ก็มีการใช้เงินกันทั้งสิ้น แต่ถ้าเราทำให้สังคมเลือกความดีมากกว่าเรื่องของตัวเงินได้สังคมไทยก็จะหลุด พ้นจากการทุจริตคอปรัปชั่น แต่เป็นโจทย์ที่ยาก แต่เราก็ต้องเผชิญให้ได้ ซึ่งการต่อสู้เรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของค่านิยมและทัศนคติ ถ้าคิดว่าแก้ปัญหานี้เป็นเรื่องยากแล้ว ก็จะทำให้สภาพต่างๆ จะเสื่อมลงมาก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีแนวทางการใช้ระบบการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยจะปฎิรูปการศึกษาไม่ให้เด็กเรียนเฉพาะการท่องจำหรือนั่งฟังครูอาจารย์เพียงอย่างเดียว แต่จะมีการปรับหลักสูตรให้นักเรียนประมาณ 30 %ของการเรียนทั้งหมด 5 วันเพื่อให้เรียนรู้ถึงกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้นให้มีเวลาไปสัมผัสกับสังคมและการร่วมทำงานกับคนอื่น ซึ่งจะเป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีต่างจากการเรียนภายในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
"ปัญหาสำคัญมาจากความอยากของคนที่เห็นคนอื่นมีแล้วก็อยากมีเหมือนกันและไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเอง อย่างตัวเองมีหมื่นไปเห็นคนมีสิบล้านก็อยากได้ ดังนั้น ที่สำคัญต้องนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อสร้างให้ตัวเองรู้สึกพอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีจะไม่ได้ไม่อยากได้ในสิ่งที่ไม่ควรได้ถ้าทำได้แบบนี้ปัญหาก็จะลดลงได้มาก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว







