
"คนแก่อยู่บ้านลำพัง" เหยื่ออันดับหนึ่งที่โจรร้ายหมายปอง
เมื่อผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ไร้ลูกหลานดูแล กลายเป็นเหยื่ออันดับต้นๆที่เหล่ามิจฉาชีพหมายปอง
โดย....อินทรชัย พาณิชกุล
พ.ศ.นี้ สังคมไทยอยู่ยากขึ้นทุกที ...
แค่ก้าวเท้าออกจากบ้านก็นับว่าเสี่ยงอันตรายแล้ว การอยู่บ้านปิดประตูล้อมรั้วมิดชิดก็ใช่ว่าจะปลอดภัยหายห่วง
โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุอยู่เฝ้าบ้านอย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง เนื่องจากลูกหลานต้องออกไปทำงาน กลายเป็นโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพที่แฝงกายสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ลงมือก่อเหตุอาชญากรรมด้วยการหลอกลวงเอาทรัพย์สิน จี้ปล้น ทำมิดีมิร้าย ถึงขั้นลงมือฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม
หลอกง่าย-ใจดี-ไม่มีทางสู้
ที่ผ่านมา ปรากฎข่าวผู้สูงอายุถูกขบวนการมิจฉาชีพประทุษร้ายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นแก๊งโจรอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากเทศบาลหลอกขายหินคลุกราคาถูก พร้อมบริการปรับพื้นถนนทางเข้าบ้าน แล้วเชิดเงินหนีที่พระนครศรีอยุธยา แก๊งสองพี่น้องหลอกขายลอตเตอรีรางวัลที่หนึ่งในพื้นที่ราชบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี แก๊งหลอกขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ตระเวนไปตามแถบชนบททั่วประเทศ แก๊งรับดูดส้วมเถื่อน ช่างติดตั้งแอร์เถื่อนที่ระบาดหนักในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฆล จนถึงคดีฆาตกรข่มขืนหญิงชรา 10 รายที่นครปฐมที่กำลังเป็นข่าวใหญ่อยู่ในขณะนี้
พฤติการณ์ของโจรพวกนี้มักเจาะจงเลือกเหยื่อที่เป็นคนชราอยู่บ้านตามลำพัง เนื่องจากคุยง่าย ใจดี ไม่มีเรี่ยวแรงพละกำลังที่จะต่อสู้ขัดขืน
"ส่วนใหญ่เป็นคนแปลกหน้ามาจากต่างถิ่น บางคนขับรถยนต์ดี แต่งกายภูมิฐาน พูดจาสุภาพรื่นหู บางคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สวมบัตรประจำตัวเรียบร้อย พวกนี้จะมาเซอร์เวย์ในพื้นที่ก่อน มองหาคนแก่ชราที่อยู่บ้านเพียงลำพังในช่วงที่ลูกหลานไปทำงานนอกบ้าน แล้วใช้วิธีตีสนิทชวนคุย สร้างความไว้วางใจ จนตายใจในที่สุด ช่วงก่อเหตุคนแก่มักตกใจหวาดกลัว ไม่กล้าขัดขืน หลังก่อเหตุเสร็จ เกินกว่าครึ่งแทบทั้งหมดจะจำรูปพรรณสัณฐานคนร้ายไม่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนแก่ถึงเป็นเหยื่อที่คนที่คิดร้ายมองหาเป็นอันดับแรก" อดีตผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงทรัพย์ กล่าว
ขณะที่ความเห็นของ อดีตผู้ต้องหาคดีข่มขืนรายหนึ่ง เผยข้อมูลน่าตกใจว่า จากที่เคยคุยกับเพื่อนผู้ต้องขังคดีที่ข่มขืนหญิงสูงอายุแล้วชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย รวมถึงฆ่าทิ้ง พบว่าเป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักผู้เสียหายเป็นอย่างดี หลังจากเฝ้าสังเกตการณ์มาระยะหนึ่งเมื่อทราบแน่ชัดแล้วว่าอยู่คนเดียว ไม่มีครอบครัว รู้เวลาตื่น-นอน มั่นใจว่ามีทรัพย์สินมีค่า จึงตัดสินใจก่อเหตุขึ้น แต่ด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ ก่อนลงมือสังหารเพื่อเป็นการปิดปาก
5 มาตรการป้องกันโจร
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เผยถึงมาตรการป้องกันตัวเองจากเหล่ามิจฉาชีพ สำหรับคนชราที่อาศัยอยู่บ้านตามลำพัง ไว้ดังนี้
"การป้องกันที่ดีที่สุดคือการป้องกันจากคนในครอบครัว เบื้องต้นสามารถทำได้โดย
1.ก่อนลูกหลานออกจากบ้าน ควรแจ้งกิจวัตรให้ผู้สูงที่อยู่บ้านรับทราบในแต่ละวัน เช่น วันนี้จะมีแขกมาเยี่ยมที่บ้าน เป็นใคร มาเวลาใด
2.ควรเสียสละทรัพย์เล็กๆน้อยๆในการติดตั้งกล้องวงจรปิด นอกจากดูแลความปลอดภัยในบ้านแล้ว ยังช่วยให้เห็นความเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุุในบ้านด้วย รวมทั้งติดตั้งสัญญาณกันขโมย อุปกรณ์แจ้งเหตุใช้เสียงดังไล่โจรในกรณีคับขัน
3.ซื้อโทรศัพท์มือถือติดบ้าน เผื่อมีเหตุไม่แน่ใจอันใดก็โทรหาลูกหลานทันที
4.สอนให้ผู้สูงอายุใช้โทรศัพท์มือถือขั้นตอนง่ายๆ ให้เป็น โดยเฉพาะการโทรออกไปยังเบอร์สำคัญต่างๆ เช่นเบอร์ของลูกๆ หลานๆ ตั้งค่าการกดเบอร์ฉุกเฉินไว้ในเครื่องและอธิบายการใช้งานให้ท่านเข้าใจ
5.หมั่นให้ผู้สูงอายุติดตามข่าวสารอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อรู้จักป้องกันตัวเองจากแก๊งมิจฉาชีพ
ขณะเดียวกัน กองบัญชาการตำรวจนครบาลยังได้จัดตั้งโครงการโคบัง หรือ จัดตั้งสถานีตำรวจชุมชนขึ้นในพื้นที่ล่อแหลม เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรมด้วยตัวเอง โดยร่วมมือกับทางองค์กรท้องถิ่น ชุมชน ห้างร้าน หมู่บ้าน ปลูกฝังแนวคิดเรื่องเพื่อนบ้านเตือนภัย ช่วยกัน
สอดส่องดูแลกันและกัน จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่คนชราในการป้องกันตัว หรือรับมือแก้ปัญหาเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ตั้งกลุ่มสื่อสารผ่านโปรแกรมดซเชียลเน็ตเวิร์กให้คนในชุมชนทราบความเคลื่อนไหวของกันและกัน สามารถเฝ้าระวังเหตุได้อีกทางหนึ่ง"
เหตุร้ายเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย
สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาค บอกว่า อยากให้สังคมไทยเข้าใจเสียใหม่ว่า เหตุร้ายสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แม้กระทั่งผู้สูงอายุ
"ทุกครั้งที่เกิดเหตุร้ายกับหญิงสูงอายุ สังคมมักไปโทษลูกโทษหลานว่าปล่อยให้แม่ตัวเองอยู่บ้านคนเดียวได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริง สภาพสังคมไทยเปลี่ยนไป ลูกบางคนแต่งงานย้ายไปอยู่กับครอบครัว กลับมาเยี่ยมพ่อแม่แค่เสาร์อาทิตย์ บางคนมีภารกิจต้องออกไปทำงานนอกบ้าน หรือบางคนเป็นหม้าย หรือเลือกที่จะครองโสดอยู่คนเดียว มันเป็นสิทธิ์ที่เขาเลือก เขาย่อมมีสิทธิเสรีภาพที่จะอยู่บ้านเพียงลำพัง โดยปราศจากความรุนแรงหรืออันตรายใดๆ
สิ่งที่เราควรคำนึงเรื่องความปลอดภัยของผู้สูงอายุที่อยู่เพียงลำพังคือ หน่วยงานท้องถิ่นควรเป็นเจ้าภาพในการเข้ามามีบทบาทป้องกันเหตุอาชญากรรมให้กับเขา ไม่ว่าจะติดตั้งกล้องซีซีทีวี สัญญาณแจ้งเหตุ หรืออบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันปัญหาอาชญกรรมจากโจรผู้ร้าย ไม่ใช่ให้คนสูงอายุต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ ออกแรงขวนขวายหาวิธีการป้องกันตัวเอง"
ในวันที่ผู้สูงอายุที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ถูกเพ่งเล็งจากเหล่ามิจฉาชีพ สังคมก็ควรจะเอาใจใส่ให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะการช่วยสอดส่องดูแลเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง และหมั่นไปเยี่ยมเยียนพูดคุย สร้างความสัมพันธ์ในการจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในวันข้างหน้า ก็อาจช่วยยับยั้งปัญหาได้อีกทางหนึ่ง







