บุรีรัมย์พลิกแล้งปลูกผักเสริมรายได้งาม
บุรีรัมย์-ชาวนาบ้านโคกเพชรพลิกแล้งปลูกสวนครัวปลอดสารพิษใช้น้ำน้อยสร้างรายได้เสริมวันละ 800 – 1,000 บาท
บุรีรัมย์-ชาวนาบ้านโคกเพชรพลิกแล้งปลูกสวนครัวปลอดสารพิษใช้น้ำน้อยสร้างรายได้เสริมวันละ 800 – 1,000 บาท
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ชาวบ้านโคกเพชร ต.หนองตาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ทั้งหมู่บ้าน 100 หลังคาเรือน พลิกวิกฤตช่วงที่ภาครัฐประกาศงดทำนาปรังเนื่องจากปีนี้มีฝนตกน้อยเกรงจะเกิดปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคจึงได้หันมาปลูกพืชผักสวนครัว อาทิ ผักชี ต้นหอม มะเขือ ฟักทอง และพืชผักอื่นๆที่ใช้น้ำน้อย และปลอดสารพิษ ตามทุ่งนาและพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำในหมู่บ้าน โดยใช้มูลสัตว์ที่หาได้จากท้องถิ่น เช่น มูลไก่ สุกร หรือมูลวัวควายใส่เป็นปุ๋ยแทนสารเคมี นำไปวางขายตามตลาดนัด และตลาดถนนคนเดิน
ทั้งนี้แต่ละครัวเรือนมีรายได้จากการปลูกผักขายเฉลี่ยวันละ 800 – 1,000 บาท ซึ่งสามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องอพยพไปทำงานต่างถิ่น ส่วนน้ำที่ชาวบ้านใช้ในการปลูกผักก็สูบขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำบ้านโคกเพชร ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตประปาหล่อเลี้ยง 3 หมู่บ้าน มีบ้านโคกเพชร บ้านนากลาง และบ้านสว่างงิ้วงาม ในตำบลหนองตาดกว่า 500 หลังคาเรือน แต่หากใช้ในการทำนาปรังก็จะไม่เพียงพอผลิตประปา ชาวบ้านจึงหันมาปลูกพืชผักสวนครัวแทน
นางสมพร แสนกล้า กล่าวว่า ครอบครัวมีที่นาอยู่ทั้งหมด 9 ไร่ หลังเสร็จจากการทำนาก็ได้ปรับพื้นที่นาหันมาปลูกผักสวนครัวประมาณ 5 ไร่ เนื่องจากเกรงว่าหากทำนาปรังน้ำในอ่างเก็บน้ำบ้านโคกเพชรที่ใช้ผลิตประปาร่วมกัน 3 หมู่บ้าน จะไม่เพียงพอผลิตประปา แต่ละวันจะเก็บผักที่ปลูกไว้ให้ลูกหลานไปวางขายตามตลาด โดยผักที่ปลูกเป็นผักปลอดสารพิษเพราะใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ จึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดบางวันไม่พอขาย
ด้านนายณรงค์ พรมประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ประชากรในหมู่บ้านมีทั้งหมด 196 ครัวเรือน จำนวนนี้ปลูกผักสวนครัวเกือบ 100 ครัวเรือน ซึ่งนอกจากเก็บไว้บริโภคในครัวเรือนแล้วยังนำไปขายตามตลาดมีรายได้เลี้ยงครอบครัวในช่วงหน้าแล้งได้เป็นอย่างดี ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปทำงานอกพื้นที่ ส่วนเรื่องตลาดก็ไม่มีปัญหาเพราะผักที่ชาวบ้านปลูกเป็นผักปลอดสารพิษ ทำให้ตลาดมีความต้องการ







