posttoday
สยามเมืองยิ้ม(เหรอ)

สยามเมืองยิ้ม(เหรอ)

25 มกราคม 2558

สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยพร้อมใจกันประณาม “แท็กซี่สนามบิน” หลังเรียกเก็บเงินลูกค้าชาวญี่ปุ่นด้วยการคิด “ราคาเหมา”

สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยพร้อมใจกันประณาม “แท็กซี่สนามบิน” หลังเรียกเก็บเงินลูกค้าชาวญี่ปุ่นด้วยการคิด “ราคาเหมา” ปฏิเสธที่จะกดมิเตอร์ ด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา พร้อมกับแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่ผู้โดยสารต่างชาติ ทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด

ที่น่าตกใจกว่าก็คือ พฤติกรรมกักขฬะของแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง หากแต่เกิดขึ้นภายใต้การรับรู้ของเจ้าหน้าที่จัดคิวรถ ซึ่งอยู่ภายใต้รัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบดูแลสนามบินแห่งนี้ด้วยซ้ำ ทว่ามาตรการแก้ไขปัญหานี้กลับเป็นเพียงการเรียกแท็กซี่คันดังกล่าวมาปรับ ทำเหมือนกับว่า การกระทำดังกล่าวมีเพียงแท็กซี่คันนี้เท่านั้นที่ทำ

อันที่จริง หากใครเดินทางด้วยเครื่องบินบ่อยๆ จะรู้กันดีว่า ทุกสนามบินในประเทศไทยทั้งในนครหลวงหรือในภูมิภาค มีปัญหาแบบเดียวกัน คือ ผู้ประกอบวิชาชีพขนส่งมวลชนพร้อมใจเอาเปรียบคุณได้เสมอ

ตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่น ถ้าคุณจำเป็นต้องเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิกลับบ้าน ต้องคิดแล้วว่าวันนี้จะ “ดวงดี” ได้แท็กซี่มารยาทดีไหม หรือถ้าบ้านคุณอยู่ใกล้สนามบินในรัศมีไม่เกิน 15 กิโลเมตร คุณก็ต้องคิดแล้วว่า แท็กซี่สนามบินจะต้องบ่นไปตลอดทาง เพราะเขา “ไม่คุ้ม” กับการต่อคิวรอรับผู้โดยสารแน่นอน

หรืออย่าง “รถสี่ล้อแดง” จ.เชียงใหม่ ก็พร้อมคิดราคาแพงมหาโหดหลายร้อยบาทจากสนามบินเข้าเมือง ทั้งที่ทั้งสองจุดห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตร ขณะที่เมื่อลงใต้ไปเที่ยวภูเก็ต คุณก็จะพบว่ารถแท็กซี่ผูกขาดการสัญจรทั้งหมด จากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง

แม้ประเทศไทยจะใช้ “การท่องเที่ยว” เป็นจุดขายสำคัญตลอด 30 ปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าปัญหามาเฟียกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Tripadvisor หรือหนังสือไกด์บุ๊ก Lonely Planet ต้องเขียนเตือนนักท่องเที่ยวอยู่เนืองๆ ว่า วิธีเอาตัวรอดไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากมาเฟียแท็กซี่ ควรทำอย่างไร หรือจะเดินทางอย่างไรไม่ให้ถูกรีดไถจนเกินความจำเป็น

แม้แต่ “คนไทย” ด้วยกัน ก็มีคำแนะนำในเว็บบอร์ดพันทิป ว่าทำอย่างไรให้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพราะระยะหลังเรามีข่าวเรื่องร้านค้าขายอาหารแพงเกินจริง หรือถูกผู้ประกอบการท้องถิ่นรวมหัวกันโกงเงินอยู่บ่อยครั้ง

เท่าที่คุยกับเพื่อนฝูงหลายคน ผมพบว่ามีจำนวนมากที่เลือกไปเที่ยวต่างประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนพร้อมกว่า เนื่องจากเบื่อหน่ายผู้ประกอบการมาเฟียพวกนี้ ขณะเดียวกันราคาโรงแรม ราคาอาหาร ก็ไม่ได้แพงกว่าบ้านเราไปเท่าไรนัก บวกกับราคาโปรโมชั่นสายการบินโลว์คอสต์ ก็พาเราติดปีกไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ ในราคาเพียงแค่ 2,000-3,000 บาท

กลายเป็นว่าตอนนี้ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย บาหลี ลาว เวียดนาม กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ “เป็นมิตร” กับนักท่องเที่ยวไทยจำนวนมาก ขณะที่อีกหลายคนยอมเก็บเงินเพื่อจ่ายแพงกว่า ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ด้วยประทับใจในตัวคนญี่ปุ่น

แม้วัฒนธรรมจะต่างกันมาก และคนญี่ปุ่นจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษ แต่วัฒนธรรมและภาษาที่ต่างกันนั้นน่าแปลกใจที่กลับไม่เคยมีใครคิดจะเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวเหมือนประเทศแถวนี้

ตอนรัฐบาล คสช.บริหารประเทศใหม่ๆ ผมจำได้ว่าเรื่องแรกๆ ที่ คสช.จัดการก็คือ พวกมาเฟียที่คุมคิวรถตู้ รถแดง ร่มชายหาด ร้านอาหารที่ราคาแพงเกินจริง หรือแม้กระทั่งคิวรถแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิที่เป็นข่าว ก็มีทหารลงไปจัดระเบียบ ประชุมต่อเนื่องกับผู้ประกอบการอยู่นานนับเดือน แต่ผ่านพ้นมาเพียงไม่นาน เรื่องเหล่านี้ก็กลับเข้าสู่อีหรอบเดิม

คำถามสำคัญขณะนี้ก็คือว่า เพราะเหตุใดการจัดระเบียบ ไม่ว่ากฎหมาย หรือไม่ว่าเจ้าหน้าที่ระดับใด ก็ไม่ได้ผล และยังเละเทะอยู่มากเพียงนี้ ทั้งที่บ้านเราเคยชูจุดขายสำคัญว่าเป็น “สยามเมืองยิ้ม” และ “ยิ้มสยาม” ก็เป็นภาพจำของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยมาไม่น้อยกว่า 20 ปี

ชวนให้คิดว่า หรือทหารหาญของเรายอมแพ้พวก “มาเฟีย” เสียแล้ว และชวนให้คิดว่า หรือที่ทหารหาญไม่กล้าทำอะไร เพราะ “เจอตอ” เข้าจังๆ

ที่ผมอยากจะบอกก็คือ หากรัฐบาลยังมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติธรรมชาติ หากผู้บังคับใช้กฎหมายยังปล่อยให้พวกนี้เอารัดเอาเปรียบคนไทยด้วยกันเองและนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง และหากคนไทยด้วยกันเองอยู่เฉย ยอมให้คนพวกนี้ฉ้อฉลได้ทุกเมื่อ ก็อาจต้องถึงเวลาคิดแล้วครับว่า เราอาจต้องยกธุรกิจการท่องเที่ยวให้กับเมืองอื่นที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวมากกว่า

และคำว่า “สยามเมืองยิ้ม” อาจจะเป็นคำที่ใช้โปรโมทการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นสิ่งไม่มีจริงในชีวิตประจำวัน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69