
"ปู"ไม่รอด อัยการสูงสุดสั่งฟ้องอาญาจำนำข้าว
อัยการสูงสุดมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง อดีตนายกรัฐมนตรี คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว คาดสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาฯ ได้เดือนมีนาคม
อัยการสูงสุดมีความเห็นสมควรสั่งฟ้อง อดีตนายกรัฐมนตรี คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว คาดสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาฯ ได้เดือนมีนาคม
วันที่ 23 ม.ค.เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน และนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงผลการไต่สวนคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเป็นายกรัฐมนตรีกระทำความความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ ในโครงการการรับจำนำข้าว
นายสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด มีความเห็นสมควรสั่งฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว เรื่องละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้
โดยนายสุรศักดิ์ ระบุว่าเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา คณะทำงานร่วมระหว่างอัยการ และ ป.ป.ช. ได้พิจารณาหลักฐานร่วมกันแล้วมีความเห็นว่าได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้วจึงเสนอให้อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้องคดี
โดยอัยการสูงสุดพิจารณาพยานหลักฐานที่คณะทำงานอัยการส่งมาประกอบพยานหลักฐานที่มีอยู่ทั้งหมดในสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วเห็นว่าคดีมีความสมบูรณ์พอที่จะดำเนินคดีอาญานางสาวยิ่งลักษณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงให้ดำเนินคดีอาญาฟ้องนางสาวยิ่งลักษณ์ ในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พระราชบัญญัญติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี
นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า โดยการพิจารณาคดีครั้งนี้ มีการพิจารณาเอกสารกว่า 4,000 หน้า ก่อนลงนามความเห็นสั่งฟ้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทั้งนี้ยืนยันให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายโดยมีการพิจารณาหลักฐานรอบครอบถูกต้อง โปร่งใสและครอบถ้วน
โดยขั้นตอนหลังจากนี้จากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดทำคำฟ้องตรวจพยานหลักฐานคาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาฯได้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ซึ่งอาจจะเป็นสำนักอัยการพิเศษฝ่าย 2 หรือ ฝ่าย 5 ซึ่งต้องดูลักษณะความสำคัญของคดี
นอกจากนี้ยังรอเอกสารจากทาง ป.ป.ช. เพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายทุจริตในครั้งนี้ด้วย
ส่วนในวันฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องนำตัวนางสาวยิ่งลักษณ์ไปศาล ซึ่งอัยการสามารถดำเนินการได้ ส่วนการคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล รวมถึงการสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศด้วย
ส่วนที่สภานินิบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. จะมีการลงมติถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์ ในวันนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เมื่ออัยการมีพยานหลักฐานครบถ้วน ทางอัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งในคดี
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตุถึงการแถลงข่าวอัยการสูงสุดว่าเป็นการทิ้งน้ำหนักให้กับ สนช. หรือไม่ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องเพราะอัยการสูงสุดมีภารกิจจึงได้มีความเห็นตั้งแต่ช่วงเช้านี้
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากกรณีผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ทางอัยการจะมีแนวทางอย่างไร นายสุรศักดิ์ กล่าวว่าทางอัยการสูงสุดจะมีการประสานกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน แต่เป็นเรื่องของอนาคต







