posttoday
รับสั่งเพิ่มฝนหลวง3จ.

รับสั่งเพิ่มฝนหลวง3จ.

15 มิถุนายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — ในหลวงพระราชทาน ฝนหลวงพิเศษเพิ่มอีก 3 จุด หลัง 2 เขื่อนใหญ่วิกฤตหนัก

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ พร้อมด้วยนายธีระ วงสมุทร รมว.เกษตร นายดิสภรณ์ วัชโรทัย รองเลขาธิการสำนักพระราชวัง โดยพล.ต.สนั่นเปิดเผยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งผ่านรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ว่า พระองค์จะพระราชทานฝนหลวงเป็นกรณีพิเศษใน 3 หน่วย ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ เพื่อขึ้นปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ จ.ขอนแก่นเพื่อเติมน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ และจ.นครสวรรค์ เพื่อเติมน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

นอกจากนี้ พระราชทานเทคนิคการทำฝนหลวงให้กับสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อใช้ในการปฏิบัติการขึ้นทำฝนหลวง ประกอบด้วย เทคนิคการเลี้ยงเมฆให้อ้วนเพื่อทำให้เมฆมีความแข็งแรงมากขึ้น ให้ปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น และเทคนิคการจูงเมฆโดยใช้น้ำแข็งแห้งให้เมฆก้อนดังกล่าวกลายเป็นฝนในพื้นที่เป้าหมายเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ให้สำนักฝนหลวงฯทำรายงานผลการปฏิบัติการขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทุกวัน ในเวลา 17.00 น. เพื่อจะได้มีพระบรมราชวินิจฉัยงานในแต่ละวัน“สถานการณ์น้ำใน 2 เขื่อนหลักในขณะนี้วิกฤตหนักมาก โดยปริมาณน้ำใช้การณ์ได้ของเขื่อนภูมิพลหากฝนไม่ตกลงมาเลย ปริมาณน้ำใช้การณ์ได้ 387 ล้านลบ.ม. ซึ่งหากระบายวันละ 8 ล้านลบ.ม.ทุกวัน จะเหลือน้ำใช้อีกเพียง 45 วัน ในขณะที่เขื่อนสิริกิติ์ ขณะนี้มีปริมาณน้ำใช้การณ์ได้อยู่ที่ 509 ล้านลบ.ม. ซึ่งหากระบายตามแผน 12 ล้านลบ.ม.ทุกวัน จะใช้การณ์ได้ไม่เกิน 2 เดือน เพราะฉะนั้น ภารกิจหลักขณะนี้ ก็คือการทำฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำใน 2 เขื่อน ซึ่งเมื่อมีการพระราชทานฝนหลวงลงมา ก็จะทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างคล่องตัวมากขึ้น” พล.ต.สนั่นกล่าว

นายธีระ วงสมุทร รมว.เกษตรฯ กล่าวว่ากระทรวงเกษตรฯ น้อมรับกระแสรับสั่งถึงแนวทางการทำฝนหลวง ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ และจากแผนปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเติมน้ำใน 2 เขื่อนหลักที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 712 มิถุนายน 2553 มีน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลแล้ว 4.72 ล้านลบ.ม. และไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ 54.68 ล้านลบ.ม. เขื่อนแม่งัด 1.46 ล้านลบ.ม. ซึ่งถือว่าผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้มีการขึ้นทำฝนหลวงต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์จะปกติ หรือเข้าสู่ฤดูฝนปกติ ประมาณเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนั้น จะเตรียมของบกลางจากรัฐบาล เพื่อช่วยสนับสนุนภารกิจของฝนหลวงอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นเงินเท่าไร ต้องให้ทางสำนักฝนหลวงแจ้งเข้ามา อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยอมรับว่าที่ผ่านมาได้พยายามที่จะรณรงค์ให้เกษตรและประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ โดยได้เร่งทำแผนปลูกพืชฤดูแล้ง แต่เนื่องจากไม่สามารถห้ามหรือมีกฎหมายบังคับได้ ทำให้ยากแก่การควบคุม โดยเฉพาะเมื่อปล่อยน้ำไปแล้ว นอกจากภาคเกษตรก็ยังมีภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการใช้น้ำขององค์กรท้องถิ่นด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงขนาดนี้มากที่สุดก็คือปัญหาการจัดการน้ำ ที่อาจจะเกิดการขาดแคลนจนเกิดการแย่งน้ำได้ ซึ่งหลายคนกำลังเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก ซึ่งมีพื้นที่การเกษตรกว่า 1 ล้านไร่ ซึ่งปกติก็จะมีปัญหาเรื่องการแย่งชิงน้ำตลอด แต่ในปีนี้เป็นปีที่มีความแห้งแล้งกว่าปกติ ทำให้มีความเป็นห่วงว่าปัญหาจะรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงให้เจ้าหน้าที่ไปเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่มากขึ้น

นายวราวุธ ขันติยานนท์ผู้อำนวยการสำนักฝนหลวงฯกล่าวว่า คำว่าฝนหลวงพิเศษหมายถึงเป็นภารกิจฝนหลวงที่พระมหากษัตริย์พระราชทานลงมา หรือส่งคนในวังมาช่วยหรือพระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์

นอกจากนี้ รวมถึงพระราชทานเทคนิคพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาจะรับสั่งว่าการเลี้ยงเมฆให้อ้วนต้องเสริมความแข็งแรงของเมฆด้วย ไม่ใช่เลี้ยงให้อ้วนอย่างเดียวเพื่อเพิ่มปริมาณฝนและต้องจูงเมฆไปที่พื้นที่เป้าหมาย เพื่อที่จะให้สามารถกักเก็บน้ำได้ปริมาณสูงสุด และรับสั่งให้ทำหนังสือขอความสนับสนุนเครื่องบินจากกองทัพอากาศ อย่างไรก็ตาม พระราชดำรัสครั้งนี้ จะทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงานมากขึ้น โดยเฉพาะในขณะนี้เมื่อสำนักฝนหลวงต้องปฏิบัติภารกิจเพิ่มจากแผนการเติมน้ำในเขื่อนก่อนหน้านี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการสูงมากขึ้น งบประมาณที่ได้ทั้งหมดในปีนี้ไม่เพียงพอ ซึ่งเมื่อมีกระแสรับสั่งเข้ามา จะทำให้ทุกฝ่ายเข้ามาสนโครงการฝนหลวงและช่วยกันทำให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น

สำหรับฝนที่เริ่มทิ้งช่วงสัปดาห์ก่อน ทำให้ต้นกล้าที่ชาวนาในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเตรียมไว้เริ่มตายเพราะขาดน้ำ ที่ จ.น่าน ชาวนาต้องสูบน้ำจากบ่อบาดาลมาใช้ แต่ก็ไม่เพียงพอ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน