
ดีเอสไอแถลงจับขบวนการค้ามนุษย์
อธิบดีดีเอสไอ แถลง จับขบวนการค้ามนุษย์ หลอกคนไทยไปทำงานในเรือประมงน่านน้ำอินโดนีเซีย
อธิบดีดีเอสไอ แถลง จับขบวนการค้ามนุษย์ หลอกคนไทยไปทำงานในเรือประมงน่านน้ำอินโดนีเซีย
วันที่ 20 ม.ค. เวลา 14.30 น.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ไพศิษฏ์ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ กก.1 ปคม. และน.ส.พัชรี แนวพานิช ผู้อำนวยการส่วนช่วยเหลือผู้เสียหาย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยมีพฤติการณ์หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญคนไทยไปทำงานในเรือประมงในน่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย
นางสุวรณา กล่าวว่า ดีเอสไอ ร่วมกับหลายหน่วยงานอาทิ ตร. สตม. ปคม. กระทรวง พม. กระทรวงการต่างประเทศ อัยการสูงสุด ร่วมกันแก้ปัญหาการปราบปรามค้ามนุษย์ จนได้ข้อมูลเรื่องการหลอกลวงประชาชนให้ไปเป็นลูกเรือประมงในน่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย มีการทำร้ายร่างกาย ต่างๆนานา ไม่จ่ายค่าแรงตามที่ตกลงไว้ และกักขังหน่วงเหนี่ยว จนลูกเรือไทยบางส่วนที่ทนไม่ไหวหนีลงเรือว่ายน้ำไปหลบซ่อนที่เกาะอำบน ประเทศอินโดนีเซีย ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่าทำเป็นขบวนการ จะมีนายหน้าหลอกคนต่างจังหวัดที่เข้ามากรุงเทพเพื่อหางาน และลงตามสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ ก่อนหลอกพาไปขึ้นเรือประมง กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปจับกุมผู้ต้องหาตามหมายศาลอาญา 2 คน ที่ จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบด้วย นายมนตรี หรือตึ๋ง มัคผล อายุ 53 ปี เป็นนายหน้าจัดหาคนไปทำงานในเรือประมง 2.นายภมร หรือหนู จันทร์โต อายุ 52 ปี ไต้ก๋ง หรือกัปตันเรือประมง ที่บังคับให้ทำงานบนเรือ ส่วนรายที่ 3 เป็นช่างเครื่องเรือประมงดังกล่าว ผู้ต้องหาตามหมายจับกำลังติดตามตัวอยู่ คาดว่าหลบหนีอยู่ต่างประเทศ หลังจากนี้ดีเอสไอจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทลายขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงประชาชนไปทำงานบนเรือที่อินโดให้ได้ทั้งขบวนการ
น.ส.พัชรี เผยว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว รมว.พม.ได้สั่งการให้ตรวจสอบ จนส่งทีมงานลงไปดูที่เกาะอำบน รอบแรกะพบคนไทยที่หลบซ่อนที่เกาะดังกล่าว 8 คน และยังอยู่ระหว่างกำลังช่วยอีกประมาณ 100 คน เนื่องจากที่ประเทศอินโดนีเซีย มีภูมิประเทศ เป็นเกาะเล็กๆ ย่อยๆ กว่า 100 เกาะ จึงืทำให้ยากแกการค้นหา อีกทั้งจากช่วยเหลือต้องนำมาบำบัดเยี่ยวยา พร้อมประสานหน่วยงานให้หางานและอาชีพให้
ด้าน พ.ต.ท.ชูศักดิ์ กล่าวว่า ปคม.ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเก็บข้อมูลลักษณะภูมิประเทศ พร้อมกับให้ข้อมูลกับทางการประเทศอินโดนีเซีย เพื่อร่วมกันตรวจสอบ และค้นหาลูกเรือไทยภายในเกาะอำบน และเกาะอื่น ส่วนบทลงโทษผู้กระทำความผิดข้อหาค้ามนุษย์ จำคุก 20 ปี และยึดทรัพย์ตามกฏหมายฟอกเงิน แต่หากเป็นการค้ามนุษย์ลักษณะการค้ามนุษย์ข้ามชาติ โทษหนักกว่าเดิม 2.5 เท่า







