posttoday
สร้างโอกาสและลดความเสี่ยงของประชาชน

สร้างโอกาสและลดความเสี่ยงของประชาชน

18 มกราคม 2558

ภาพรวมสังคมไทยในอีก 30 ปีข้างหน้า การสร้างสังคมที่ให้โอกาสและคุ้มครองความเสี่ยงทางสังคมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกันถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายควรตระหนัก เนื่องจากโครงสร้างประชากรจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากขึ้นเป็น 35% ในขณะที่วัยเด็กมีเพียง 17% ซึ่งหากโครงสร้างเปลี่ยนจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันคนในแต่ละช่วงวัยมีปัญหาความเสี่ยงและความเป็นธรรมแตกต่างกัน การศึกษานี้จึงจะชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและโอกาสของคนในแต่ละช่วงวัย ที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ จึงจะสร้างทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและรับมือกับสถานการณ์สังคมผู้สูงวัยในสามทศวรรษหน้าได้

ภาพรวมสังคมไทยในอีก 30 ปีข้างหน้า การสร้างสังคมที่ให้โอกาสและคุ้มครองความเสี่ยงทางสังคมแก่ประชาชนอย่างเท่าเทียมกันถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายควรตระหนัก เนื่องจากโครงสร้างประชากรจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากขึ้นเป็น 35% ในขณะที่วัยเด็กมีเพียง 17% ซึ่งหากโครงสร้างเปลี่ยนจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันคนในแต่ละช่วงวัยมีปัญหาความเสี่ยงและความเป็นธรรมแตกต่างกัน การศึกษานี้จึงจะชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงและโอกาสของคนในแต่ละช่วงวัย ที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงไปพร้อมกันอย่างเป็นระบบ จึงจะสร้างทุนมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและรับมือกับสถานการณ์สังคมผู้สูงวัยในสามทศวรรษหน้าได้

ในวัยเด็กความเสี่ยงมาจากระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันระบบการศึกษาไทยใช้งบประมาณสูงแต่มีคุณภาพต่ำและมีความเหลื่อมล้ำสูง การปฏิรูปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ควรเริ่มจากการยกระดับคุณภาพครู ซึ่งมีโอกาสทองจากการทดแทนครูที่เกษียณในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ถึงครึ่งหนึ่งในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยปรับระบบการคัดเลือกครูใหม่ให้เป็นการจัดทดสอบมาตรฐานระดับชาติ และให้โรงเรียนมีบทบาทคัดเลือกผู้ที่ผ่านการทดสอบดังกล่าว จากเดิมที่แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้จัดการสอบ ซึ่งคุณภาพข้อสอบแตกต่างกันระหว่างเขตฯ และโรงเรียนไม่มีบทบาทคัดเลือกครู

นอกจากนี้ ควรต้องพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมักมีปัญหาเรื่องครูไม่ครบชั้นและมีต้นทุนต่อหัวนักเรียนสูง จำนวนโรงเรียนขนาดเล็กทั้งหมดมีถึง 1.5 หมื่นแห่ง จาก 3 หมื่นแห่ง และ 1.2 หมื่นแห่ง มีครูไม่ครบชั้น ภาครัฐควรสนับสนุนให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ใกล้กันและมีการคมนาคมที่สะดวกมาจัดการศึกษาร่วมกันและอุดหนุนค่าใช้จ่ายเดินทางให้นักเรียนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกลควรต้องจัดสรรครูเพิ่มให้เพียงพอต่อการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ

ส่วนการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การจัดสรรทรัพยากรควรต้องคำนึงถึงการสร้างโอกาสให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนที่ดี ฐานะของนักเรียนและศักยภาพของโรงเรียน โดยมุ่งจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มขึ้นให้แก่นักเรียนยากจนในโรงเรียนขนาดเล็ก จากปัจจุบันที่นักเรียนทุกคนได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเกือบเท่ากัน

สำหรับวัยแรงงานความเสี่ยงในปัจจุบัน คือ ยังมีแรงงานจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษา กลุ่มผู้สูงอายุ และแรงงานต่างด้าว ที่ไม่ได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานขั้นต่ำและอยู่นอกกรอบการคุ้มครองของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมกับแรงงานทุกกลุ่มและในทุกอุตสาหกรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น เมื่อคนมีรายได้เพียงพอกับการยังชีพ ก็ไม่จำเป็นต้องมีโครงการประชานิยม กฎหมายคุ้มครองแรงงานควรมุ่งเน้นคุ้มครองแรงงานไม่ใช่คุ้มครองผู้ประกอบการ อีกความเสี่ยงในวัยแรงงานคือมักมีการออมต่ำและจะมีผลสืบเนื่องไปซ้ำเติมสู่วัยสูงอายุซึ่งจะมีปัญหาด้านสุขภาพและขาดความมั่นคงทางรายได้

ในด้านสุขภาพจากปัญหาของระบบหลักประกันด้านสุขภาพของคนไทยในปัจจุบันซึ่งมี 3 ระบบหลัก คือ ข้าราชการ ผู้ประกันตน และหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังไม่มีมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน คุณภาพการให้บริการที่แตกต่างกันมาก ดูได้จากค่าใช้จ่ายต่อหัวที่แตกต่างกันมาก เมื่อประชาชนถึงวัยสูงอายุจะอยู่ใน 2 ระบบหลักคือ สวัสดิการรักษาพยาบาลในกลุ่มข้าราชการและระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งผลการศึกษาเชิงประจักษ์พบว่าผู้สูงอายุระยะสุดท้ายก่อนตาย 1 ปี ในกลุ่มข้าราชการมีค่าใช้จ่ายและการครองเตียงมากกว่าผู้สูงอายุในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามากกว่า 2 เท่า จำเป็นต้องแสวงหาทางเลือกการจัดระบบอภิบาลที่ดีในระดับปฐมภูมิโดยร่วมกับท้องถิ่น

สำหรับความมั่นคงด้านรายได้จากสัดส่วนผู้สูงวัยร้อยละ 35 พบว่ามี 73% ของผู้สูงวัยที่ไม่มีหลักประกันด้านรายได้เลย และหากมองในแง่งบประมาณการอุดหนุนแก่ผู้สูงอายุในอีก 30 ปี อัตราเบี้ยยังชีพหรือภาระในส่วนนี้จะเพิ่มสูงขึ้น 5.6 เท่า ซึ่งเป็นภาระงบประมาณที่รัฐต้องดูแลและเมื่อมองในกลุ่มวัยแรงงานที่มีจำนวนน้อยลงถือเป็นการสร้างภาระของวัยแรงงานในอนาคต ซึ่งการศึกษานี้พยายามแสวงหาทางออก การหามาตรฐานการสนับสนุนให้เกิดการออมในทุกช่วงวัยเพื่อลดการพึ่งพาจากรัฐในอนาคต รวมทั้งการเร่งรัดการใช้กฎหมาย กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษานี้สรุปว่า การสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเป็นธรรมจำเป็นต้องปรับปรุงทั้งในด้านคุณภาพของการศึกษา การจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพและการสร้างระบบการเรียนการสอนที่โรงเรียนและครูร่วมกันรับผิดชอบต่อผลการเรียนของเด็ก

การลดความเสี่ยงทางสังคมของคนวัยทำงานและวัยสูงอายุจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ไม่ให้มีข้อยกเว้นการปฏิบัติกับแรงงานทุกสาขาอาชีพ และทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการเจ็บป่วยเรื้อรังตั้งแต่อยู่ในวัยทำงาน แรงงานสูงอายุที่สุขภาพดีควรมีโอกาสในการทำงานที่นานขึ้น และควรส่งเสริมการออมของคนวัยทำงานเพื่อในอนาคต 30 ปีข้างหน้าจะมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น ควรมีการปฏิรูปกองทุนบำเหน็จบำนาญของแรงงานที่ดูแลโดยสำนักนักงานประกันสังคมให้มีความน่าไว้วางใจและมีความมั่นคงในระยะยาว

ทุกๆ สวัสดิการที่ลดความเสี่ยงทางสังคมที่กล่าวมานี้ จะต้องใช้ระยะเวลาในการทำงานเพื่อให้เห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ช้าเกินไปจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงและความเหลื่อมล้ำให้แก่ประชาชน เราไม่ควรรอให้ถึง 30 ปีข้างหน้าเมื่อเกิดปัญหาแล้วค่อยทำ แต่เราควรเริ่มการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้เพื่อให้เห็นผลที่ดีในอีก 30 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม