posttoday
คบคนดี นำสุขมาให้

คบคนดี นำสุขมาให้

18 มกราคม 2558

ท่านผู้อ่านที่เคารพ คำกล่าวที่ว่า “คนเหมือนกัน แต่เป็นคนไม่เหมือนกัน” มีความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก คำคมนี้ผู้เขียนเคยได้ยินมานานแล้ว แต่ก็ไม่ซาบซึ้งจนกระทั่งได้ผ่านพบผู้คนมากมายหลายประเภท จึงได้เข้าใจว่า ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกันมากที่สุด มิใช่ทรัพย์สมบัติ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ชาติสกุล การศึกษา หรือเผ่าพันธุ์ แต่เป็นคุณธรรม ความดี ความชั่ว อันอยู่ในกมลสันดานของคนแต่ละคนมากกว่า ที่ทำให้คนเราไม่เหมือนกันอย่างแท้จริง

ท่านผู้อ่านที่เคารพ คำกล่าวที่ว่า “คนเหมือนกัน แต่เป็นคนไม่เหมือนกัน” มีความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก คำคมนี้ผู้เขียนเคยได้ยินมานานแล้ว แต่ก็ไม่ซาบซึ้งจนกระทั่งได้ผ่านพบผู้คนมากมายหลายประเภท จึงได้เข้าใจว่า ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้คนเราแตกต่างกันมากที่สุด มิใช่ทรัพย์สมบัติ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ชาติสกุล การศึกษา หรือเผ่าพันธุ์ แต่เป็นคุณธรรม ความดี ความชั่ว อันอยู่ในกมลสันดานของคนแต่ละคนมากกว่า ที่ทำให้คนเราไม่เหมือนกันอย่างแท้จริง

สิ่งสำคัญที่ทำให้เราควรแยกแยะ และควรคบหาใกล้ชิดหรืออยู่ใกล้คนดี และพยายามหลีกห่างจากคนชั่ว ก็เพราะว่าการคบคนดีนั้น นำสุขมาให้ ส่วนการคบคนชั่ว ย่อมนำทุกข์มาให้ ซึ่งหากจะกล่าวเช่นนี้ หลายคนในยุคปัจจุบันอาจเห็นต่าง แต่ถ้าดูให้ดีแล้ว ต้องดูตอนวิกฤต อย่าได้ดูตอนยามสุขสบาย เพราะคนดีย่อมช่วยเหลือ เป็นที่พึ่งได้ ส่วนคนชั่ว ย่อมเอาเปรียบ ลืมคุณ ตัดช่องน้อยหลบหนีไป ทั้งยังสามารถทำร้ายมิตร เพื่อเอาตัวรอดได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

วันนี้ MQ ขอนำพระสูตรในวิมานวัตถุ “เสริสสกวิมาน” เป็นตัวอย่าง เรื่องนี้เกิดเมื่อมีคณะพ่อค้าเป็นกองเกวียนจากแคว้นมคธและแคว้นอังคะ นำสินค้ามาเพื่อไปยังสินธุประเทศและโสวีระประเทศ แต่ด้วยความร้อนจึงคิดว่าจะเดินทางเวลากลางคืน จะได้ไม่หิวน้ำทั้งสัตว์ยานพาหนะก็จะได้ไม่ร้อนลำบาก แต่เมื่อเดินทางกลางคืนเกิดหลงทางเข้าไปในป่าที่เป็นทะเลทรายเป็นที่ดอน ต่างพากันใจเสีย แต่แล้วก็ได้พบเทวดาพร้อมทั้งวิมานอันงดงามประดับด้วยรัตนะต่างๆ ประกอบด้วยสวนและสระบัวของท่าน เทวดาตนนั้น ชื่อ เสริสสกะ เป็นผู้ที่ท้าวเวสวัณให้รักษาทางกันดาร ดูแลประจำถิ่นนั้นอยู่ จึงได้สนทนากัน

พวกพ่อค้าเห็นเทวดาจึงถามว่าท่านเป็นใคร วิมานของท่านงามยิ่ง พวกเขาเป็นพ่อค้าเดินทางมามาก แต่ไม่เคยเห็นอะไรสวยงามอย่างนี้ วิมานนี้ท่านได้มาเพราะเหตุใด

เทวดาจึงบอกชื่อตน แล้วเล่าอดีตกรรม ว่าท่านเคยเป็นมนุษย์เป็นเจ้าเมืองเสตัพยะ มีชื่อว่า พระยาปายาสิ เป็นผู้ที่มีความเห็นผิด เชื่อว่าไม่มีบุญบาป เป็น นัตถิกทิฏฐิ เป็นคนตระหนี่ มีปกติกล่าวว่าขาดสูญ แต่ต่อมาได้ พระกุมารกัสสปเถระ โปรดให้เห็นถูก เมื่อได้ฟังธรรมจึงปฏิญาณตนเป็นอุบาสก คือ รักษาศีล 5 ด้วยบุญนี้จึงได้วิมานนี้

วิมานของท่านเสริสสกะนั้นมีความพิเศษ คือ อยู่ในบริเวณที่มีสวนต้นไม้ซึกอยู่หน้าวิมาน ต้นซึกนี้มีกลิ่นหอมอันเป็นทิพย์ ทั้งยังมีรัศมีสว่างไสวไปทั่ววิมาน เปลือกฝักของต้นซึกจะแตกออกแล้วฝักก็จะร่วงไปทุกๆ 100 ปีมนุษย์

เมื่อกำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง เปลือกฝักต้นซึกแตกออกและฝักร่วงลง เทวดาตนนั้นและเทวดาบริวาร ต่างพากันตกใจและเกิดความเศร้าเสียใจขึ้นมาทันที

พวกพ่อค้าจึงกล่าวว่า ท่านเป็นอะไรไป เทวดาจึงเล่าให้ฟังว่า เพราะเขาจะมีอายุอยู่ 500 ปีทิพย์ (9 ล้านปี) อายุของข้าพเจ้ากำลังจะสิ้นไปจึงเสียใจ

พวกพ่อค้าจึงพากันปลอบโยนว่า ท่านได้วิมานซึ่งเปรียบมิได้เป็นเวลาช้านาน จะเศร้าไปทำไม ผู้มีบุญน้อยเข้าอยู่วิมานชั่วเวลาสั้นๆ จึงควรเศร้าโศก มิใช่ท่าน

เทวดาสบายใจด้วยถ้อยคำนั้น แล้วกล่าวว่า ข้อที่ท่านทั้งหลายกล่าววาจาน่ารักตักเตือนข้าพเจ้านั้น สมควรแก่ข้าพเจ้าจะต้องคุ้มครองพวกท่านให้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

แล้วเทวดาได้กล่าวว่า การที่เทวดาได้มาปรากฏตนนั้น เพราะในหมู่ของพ่อค้ามีอุบาสกผู้หนึ่งเป็นคนดี เป็นพหูสูต สมบูรณ์ด้วยศีลและวัตร มีศรัทธา มีจาคะ มีความละมุนละไม มีปัญญา เป็นผู้สันโดษ มีความรู้ ไม่คิดเบียดเบียน ไม่พูดส่อเสียดให้เขาแตกกัน พูดแต่วาจาอ่อนหวานน่ารัก มีความเคารพยำเกรง มีวินัย เป็นผู้บริสุทธิ์ในอธิศีล เป็นคนเลี้ยงบิดามารดาโดยธรรม มีความประพฤติประเสริฐ เขาแสวงหาโภคะทั้งหลาย เพื่อเลี้ยงมารดาบิดา มิใช่เพื่อตน เมื่อบิดามารดาล่วงลับแล้ว จะเป็นผู้น้อมไปในเนกขัมมะ จักประพฤติพรหมจรรย์ เป็นคนตรง ไม่คดโกง ไม่โอ้อวด ไม่มีมายา ไม่พูดมีเลศนัย เขาเป็นผู้ทำแต่กรรมดี ตั้งอยู่ในธรรมเช่นนี้ จะพึงได้ทุกข์อย่างไรเล่า เพราะอุบาสกนี้แหละเป็นเหตุ ข้าพเจ้าจึงปรากฏตัว

ดูก่อนพวกท่านพ่อค้าทั้งหลาย พวกท่านจงเห็นธรรมเถิด เพราะเว้นอุบาสกนั้นเสียแล้ว ท่านทั้งหลายจะวุ่นวายเหมือนคนบอดหลงเข้าไปในป่า เป็นเถ้าถ่านไป ... การคบหาสัตบุรุษนำสุขมาให้หนอ.

พวกพ่อค้าจึงถามว่า อุบาสกนั้นคือใคร ทำงานอะไร เขาชื่ออะไร ... ท่านมาในที่นี้เพื่ออนุเคราะห์อุบาสกคนใด แม้ข้าพเจ้าทั้งหลายก็ต้องการจะเห็นอุบาสกคนนั้น...

เทวดาจึงบอกว่า อุบาสกคนนั้น คือ ช่างตัดผมที่มากับกองเกวียนของท่าน ท่านทั้งหลายอย่าได้ดูหมิ่นอุบาสกนั้น...

พ่อค้าเหล่านั้นได้เข้าห้อมล้อมช่างตัดผมผู้นั้น แล้วเทวดาได้เชิญให้ขึ้นสู่วิมาน พ่อค้าเหล่านั้นได้ดำรงตั้งอยู่ในโอวาทของเทวดา ประกาศความเป็นอุบาสก ดำรงอยู่ในสรณคมน์ สมาทานศีล 5 แล้วเดินทางไปค้าขายประสบความสำเร็จ กลับบ้านได้โดยความปลอดภัย ด้วยความคุ้มครองของเทวดานั้น

การคบสัตบุรุษสำเร็จประโยชน์เช่นนี้ การคบผู้มีคุณธรรม มีประโยชน์มาก เพื่อประโยชน์ของอุบาสกคนเดียว พ่อค้าทั้งหมดก็ได้ประสบความสุข... ฝ่ายอุบาสกผู้เป็นช่างตัดผมนั้นมีชื่อว่า สัมภวอุบาสก ได้บวชเมื่อบิดามารดาล่วงลับไปแล้ว ได้บรรลุพระอรหัตในที่สุด...

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี