ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีปล่อยน้ำมันรั่วลงทะเล
ระยอง-ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีพีทีทีจีซีทำมันรั่วไหลลงทะเลฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 400 ล้านบาท
ระยอง-ศาลนัดไกล่เกลี่ยคดีพีทีทีจีซีทำมันรั่วไหลลงทะเลฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 400 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นางสาวส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความของสมาคมประมงพื้นบ้านบ้านเรือเล็กจ.ระยอง กล่าวหลังศาลจังหวัดระยองได้นัดไกล่เกลี่ยระหว่างกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือกเล็กเรียกค่าเสียหายกับบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ พีทีทีจีซี เป็นจำนวนเงินกว่า 400 ล้านบาท จากกรณีท่องน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2556 และให้ตั้งกองทุนฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2557 แต่ยังไม่บรรลุผลซึ่งทางพีทีทีจีซีให้การว่าถ้าทางประมงพื้นบ้านยืนยันตามคำฟ้องก็รับไม่ได้แต่ขอให้ปรับลดจำนวนเงินเรียกค่าเสียหาย
อย่างไรก็ตามกลุ่มประมงพื้นบ้านมีข้อกังวลว่าจะปรับลดในเรื่องมูลค่าความเสียหายอย่างไรเพราะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ต้องดูแผนฟื้นฟูฯที่ได้ร่วมกันจัดทำขึ้น จะเป็นตัวช่วยให้กลุ่มประมงพื้นบ้านคิดได้ว่าค่าความเสียหายควรจะปรับลดได้อย่างไร จึงได้มีข้อตกลงกันในส่วนนี้ว่าให้ทางพีทีทีจีซี ส่งแผนฟื้นฟูฯ ตามที่อ้างว่าได้มีการทำแผนฟื้นฟูร่วมกับส่วนราชการ นำแผนฟื้นฟูฯมาให้ฝ่ายโจทก์ได้พิจารณาร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามแผนฟื้นฟูฯของกลุ่มประมงหรือไม่อย่างไร โดยวันนี้กลุ่มประมงได้มอบแผนฟื้นฟูฯที่จัดทำไว้ให้ พีทีทีจีซีไปพิจารณา และจะมาคุยกันเรื่องแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งทางศาลได้นัดคู่กรณีในวันที่ 13 มี.ค.นี้
ด้านนายอุดมศักดิ์ หลอดทอง เลขาสมาคมประมงฯ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่กลุ่มประมงต้องการเอาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกลับคืนมา แต่พีทีทีจีซี ต้องการที่จะไกล่เกลี่ยเรื่องจำนวนเงิน หากทรัพยากรธรรมชาติฯกลับคืนมาเหมือนเดิม กลุ่มประมงก็ไม่ต้องไปฟ้องเรียกค่าเสียหายหรอก เงินแค่นี้มันไม่ได้มากเลย เฉลี่ยแล้วตกวันละไม่กี่บาท สำหรับแผนฟื้นฟูฯของกลุ่มประมงเบื้องต้น คือให้พีทีทีจีซีจัดเก็บซากคราบน้ำมันที่ถูกสารเคมีฉีดพ่นสลายเป็นเม็ดเล็กๆจมลงใต้ทะเลขึ้นมาก่อน ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หลังท้องทะเลมีความสะอาดแล้ว ค่อยมาฟื้นฟูทรัพยากรฯกันใหม่


