
สงครามน้ำมัน
คุณอรุณ จิรชวาลา ฝากดิฉัน เรียนท่านผู้อ่านว่า ติดภารกิจในต่างประเทศ ขอเว้นวรรคสัก 2 สัปดาห์ ให้ดิฉันประจำการเป็นมวยแทนชั่วคราว แฟนคลับคงต้องอดใจรอเดือนหน้า คุณอรุณกลับมาคงจะมีเรื่องสนุกๆ จากต่างประเทศมาเล่าให้ฟัง
คุณอรุณ จิรชวาลา ฝากดิฉัน เรียนท่านผู้อ่านว่า ติดภารกิจในต่างประเทศ ขอเว้นวรรคสัก 2 สัปดาห์ ให้ดิฉันประจำการเป็นมวยแทนชั่วคราว แฟนคลับคงต้องอดใจรอเดือนหน้า คุณอรุณกลับมาคงจะมีเรื่องสนุกๆ จากต่างประเทศมาเล่าให้ฟัง
สัปดาห์นี้ไม่มีเรื่องอะไรจะใหญ่ไปกว่าเรื่องปากท้องประชาชน เพิ่งเริ่มปีใหม่ยังไม่ทันถึงเดือน ก็พูดกันแล้วว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะแย่ นักเศรษฐศาสตร์บางท่านบอกว่า อาจจะแย่ลากยาวไปจนถึงปีหน้าเสียด้วยซ้ำ
หลายคนฟังแล้วใจแป้วว่าจะไม่มีอะไรดีเลยหรือ มีแต่ข่าวร้ายให้บริโภคทุกวันจนกลายเป็นวิตกจริต ไม่กล้าใช้จ่ายอะไรนอกจากซื้ออาหารและสินค้าอุปโภค ซึ่งเป็นปัจจัย 4 เท่านั้น
เมื่อวานนี้ธนาคารโลกปรับลดประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงอีก แสดงให้เห็นว่า นักเศรษฐศาสตร์มองเหมือนกันหมดว่าปีนี้ไม่สดใส แม้จะมีข่าวดีเรื่องราคาน้ำมันที่ลดลง ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก เนื่องจากผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง อาจไม่ทำให้เศรษฐกิจดีเสมอไป แถมอาจจะทำให้เศรษฐกิจแย่ลงก็เป็นไปได้
แม้กระทั่งรองนายกฯ เศรษฐกิจ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็ยังไม่ฟันธงว่าน้ำมันลดแล้วเศรษฐกิจจะดีจริง เพราะอาจจะมีผลกระทบข้างเคียง ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวต่อไปอย่างน้อย 2-3 เดือน ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสามารถขายน้ำมันได้มากในด้านปริมาณ แต่มูลค่าไม่สูง
ราคาน้ำมันนั้นเขาจะเน้นการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งในตลาดสินค้าล่วงหน้า จะมีสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น ทองคำ ข้าว ยาง มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง ฯลฯ มีราคาลดลงตามไปด้วย ทำให้ประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรที่ซื้อขายกันอยู่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกตกต่ำเช่นกัน ซึ่งไทยเองก็เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ ก็สะเทือนการส่งออกไม่ใช่น้อย
ดิฉันได้อ่านบทวิเคราะห์จากต่างประเทศ มีการมองกันไปถึงสงครามน้ำมันอาจจะทำให้เศรษฐกิจโลกแย่ลงไปอีก โดยเฉพาะสหรัฐที่ทุกคนคิดว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
ที่เขามองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะถูกแรงต้านจากราคาน้ำมัน เป็นผลมาจากการประกาศอย่างชัดเจนของกลุ่มโอเปก ที่ยืนยันจะไม่ลดกำลังการผลิตน้ำมันลง แม้ผลจากการตัดสินใจนี้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงเรื่อยๆ แต่โอเปกก็ไม่แคร์ เพราะได้ผลิตน้ำมันส่งออกมานาน มีการสะสมทุนไว้มากและต้นทุนการผลิตต่ำ
ในขณะที่สหรัฐที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหม่มีต้นทุนการผลิตน้ำมันที่สูงกว่า ราคาที่ลดลงจะทำให้บริษัทน้ำมันของอเมริกาขาดทุน ประเมินว่าบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่อย่างเชลออยล์ จะรับราคาขายได้ต่ำสุดที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนบริษัทขุดเจาะน้ำมันรายเล็กรับได้ที่ราคา 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
หากราคาน้ำมันยังลดลงไม่หยุดและราคาไม่ถึง 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็นเวลานาน บริษัทจุดเจาะน้ำมันขนาดเล็กจะทนขาดทุนไม่ไหวต้องหยุดการผลิตชั่วคราว หากเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดการเลิกจ้างแรงงานบางส่วน แม้จะไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ดี และรัฐบาลสหรัฐจะไม่ได้ภาษีจากบริษัทขุดเจาะน้ำมันเหล่านี้
นักวิเคราะห์ต่างประเทศเขามองปรากฏการณ์นี้ว่า จะสร้างปัญหาการเงินขึ้นในสหรัฐ แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมากจนตลาดสะเทือน
ปัญหาการเงินที่ว่านี้ จะมาจากบริษัทน้ำมันขนาดเล็กที่หยุดผลิตน้ำมันเพราะขาดทุน แต่บริษัทเหล่านี้ก็ต้องกู้เงินมาลงทุน ซึ่งจะมีทั้งการกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ การออกพันธบัตรจำหน่าย หากไม่มีความสามารถในการชำระหนี้จะเกิดปัญหาหนี้เสียขึ้นทันที ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพสถาบันการเงินในสหรัฐ
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หวังว่า บริษัทเหล่านี้มีขนาดเล็กคงจะไม่ทำหนี้เสียได้มากจนกลายเป็นวิกฤตการเงินในสหรัฐ แต่จะเป็นปัจจัยที่บั่นทอนเศรษฐกิจสหรัฐไม่ให้ฟื้นตัวได้เร็วอย่างที่คาด
มุมมองของนักวิเคราะห์เรื่องสงครามน้ำมันเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ดิฉันจึงนำมาเล่าให้ฟัง แต่สำหรับประเทศไทยแล้ว ประชาชนยังไม่พอใจที่ราคาน้ำมันยังลดลงไม่ได้มากอย่างที่คิด ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบริษัทน้ำมันอ้างว่าได้ซื้อน้ำมันล่วงหน้าไว้ ราคาสูงกว่าราคาน้ำมันในปัจจุบัน ต้องรอให้ระบายสต๊อกเก่าให้หมดก่อน จึงจะใช้ราคาน้ำมันใหม่ได้ ไม่เช่นนั้นบริษัทน้ำมันคงจะขาดทุนจากการสต๊อกน้ำมันเบิกบานกันทั่วหน้า
ใครจะว่าอย่างไรดิฉันไม่ทราบ แต่การนำเอาสต๊อกน้ำมันมาอ้างไม่ลดราคา ดิฉันว่าดูจะทำธุรกิจแบบเห็นแก่ได้ไปหน่อย คือไม่รับความเสี่ยงเลย หากคะเนราคาน้ำมันในตลาดโลกผิด กลายเป็นซื้อของแพงมาตุนไว้ ก็เป็นความเสี่ยงในการทำธุรกิจที่บริษัทน้ำมันต้องรับไปบ้าง ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนหมดเลย
ประเด็นนี้ดิฉันว่าไม่แฟร์กับผู้ใช้น้ำมันเท่าไหร่ เพราะในขณะนี้ราคาน้ำมันลง ราคาสินค้าเกษตรก็ลง แต่ไม่เห็นเกษตรกรอ้างสต๊อก มีแต่แบกสต๊อกจนหลังแอ่นและก็ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ
เรื่องราคาน้ำมันนี่ดิฉันเองก็ไม่อยากจะเขียนถึงมากนัก ไม่อยากจะต้องไปถกเถียงกับใครว่าใครถูกใครผิด คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองน่าจะเข้าใจได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ขอเลี้ยวกลับมาที่ปัญหาเศรษฐกิจ ทางสหภาพยุโรป หรืออียู และญี่ปุ่น ชัดเจนแล้วว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว รัฐบาลของสองมหาอำนาจเศรษฐกิจยังต้องอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบหนีภาวะเงินฝืดอยู่เลย ส่วนอเมริกาที่หวังว่าจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยซื้อสินค้าทำให้การส่งออกดีขึ้น ก็เริ่มจะหวังไม่ได้
เรื่องที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาทั้งสิ้น ดิฉันว่านี่เพิ่งจะผ่านมาครึ่งเดือนของปีใหม่ ไม่น่าจะมองภาพเศรษฐกิจได้ชัดเจนว่าเศรษฐกิจจะฟื้นหรือจะฟุบ ใจเย็นและรอดูผลกระทบจากสงครามราคาน้ำมันดีกว่า
สิ่งที่อยากบอกคุณผู้อ่านก็คือ หากไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจจะดี ทำธุรกิจก็ควรจะระมัดระวังและดูแลความเสี่ยงให้ดี ก็จะอยู่รอดปลอดภัยในช่วงภาวะเศรษฐกิจผัวผวน







