
แจงตั้ง"ประวิตร"ช่วยขันน็อตขรก.เกียร์ว่าง-ปราบทุจริต
"ประยุทธ์"เผย ตั้งประวิตร นั่งประธานคกก.ขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์ฯ หวังช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เน้นปราบทุจริต ขันน็อตข้าราชการเกียร์ว่าง บูรณาการกระทรวง
"ประยุทธ์"เผย ตั้งประวิตร นั่งประธานคกก.ขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์ฯ หวังช่วยขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เน้นปราบทุจริต ขันน็อตข้าราชการเกียร์ว่าง บูรณาการกระทรวง
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนงานยุทธศาสตร์ของคสช. โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าคสช. เป็นประธาน นั้นต้องอธิบายว่า ขณะนี้มีการทำงาน 2 ส่วนคือ ส่วนของรัฐบาลที่มีตน รองนายกฯและรัฐมนตรีต่างๆ เป็นผู้ขับเคลื่อน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงการดำเนินงานของสนช. และสปช. ที่มีความเกี่ยวข้องกันหมด และอีกส่วนคือการทำงานของคสช. ที่ให้ทหารเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกลไกต่างๆ เพื่อประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมามีกลไกเชื่อมโยงน้อย ดังนั้นการให้พล.อ.ประวิตร เป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนดังกล่าว เนื่องจากพล.อ.ประวิตร เป็นรองหัวหน้าคสช. และมีความคุ้นเคยกับทหารเป็นอย่างดี ซึ่งการดำเนินการของคณะกรรมการนั้น จะตรวจสอบการทำงานในระดับปฏิบัติว่ามีการทุจริต ข้าราชการทำงานปล่อยเกียร์ว่างหรือไม่ งบประมาณมีการติดขัดตรงไหน ซึ่งทุกอย่างต้องขับเคลื่อนร่วมกัน
"ที่ผ่านมาขาดการบูรณาการระหว่างกระทรวง เพราะแต่ละกระทรวงมาจากคนละพรรคการเมือง วันนี้เมื่อไม่มีพรรคการเมืองทุกกระทรวงต้องทำตามนโยบายกลาง และวันนี้มีความก้าวหน้าในหลายเรื่อง ส่วนกระทรวงใดมีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องใดก็มานั่งคุยกันในการดำเนินการ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ในที่ประชุม ตนได้สั่งการให้ทุกกระทรวงไปสร้างความรับรู้ให้ประชาชน ว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง เพราะตอนนี้ประชาชนขาดการรับรู้ รวมถึงกรณีการเพิ่มความไว้วางใจในการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ตอนนี้กำลังดูในกรณีที่มีการอ้างเรียกรับเงินในการโยกย้าย ก็ขอให้เอาหลักฐานมายืนยัน
"การแต่งตั้งทั้งหมด อยากให้เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยงาน ต้องมีทั้งคนที่สมหวังและสมหวัง คนผิดหวังมาพูดอะไรให้เสียหายหรือไม่ อาจมีการโยนไปโยนมา ว่ารองนายกฯ สั่งมา หรือคนนั้นเป็นเด็กของนายกฯ ผมไม่ได้ไปสั่งใครสักคน เพราะถ้าได้แต่คนที่เราตั้ง จะเสียมากกว่าได้ ถ้าทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้จะมีประโยชน์มากกว่า อย่างที่กังวลว่าใครจะเป็นผบ.ทบ. ซึ่งผมไม่เคยคิดตรงนั้น เป็นเรื่องของโชคชะตา บุญทำกรรมแต่ง ถ้าทำงานดีฟ้าลิขิตให้เป็นก็ได้เป็น จะจันทร์โอชา โอแชะ ก็ไม่รู้ อย่ากังวล เป็นได้ก็เป็น เป็นไม่ได้ก็ไม่เป็น ให้คณะกรรมการตั้งมา ไม่จำเป็นต้องดูนามสกุล กองทัพเป็นระบบอยู่แล้ว"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ทั้งนี้เรื่องการแต่งตั้งสำคัญ แต่งตั้งใครก็โดนหมด ความไว้วางใจก็ถือว่าสำคัญมาก ซึ่งขณะนี้ทุกคนไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลหน้า เพราะคงไม่มีใครอยู่ต่อหรอก รัฐบาลต่อไปพวกท่านก็เป็นคนเลือกเอง







