posttoday
เอาผิด...จนท.รัฐ ทรมาน-อุ้มหาย คุก 20 ปี

เอาผิด...จนท.รัฐ ทรมาน-อุ้มหาย คุก 20 ปี

13 มกราคม 2558

เมื่อ หนึ่งชีวิตถูกอุ้มหายโดยมิอาจพิสูจน์ทราบ และอีกหลายชีวิตต้องสูญสาบโดยไม่พบร่องรอย

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

เมื่อ หนึ่งชีวิตถูกอุ้มหายโดยมิอาจพิสูจน์ทราบ และอีกหลายชีวิตต้องสูญสาบโดยไม่พบร่องรอย

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ และยิ่งไม่ใช่ชะตากรรมที่ใครต้องมาเผชิญ

ในนามแห่งความยุติธรรม...จำต้องมีผู้รับผิดชอบ

ปี 2550 ประเทศไทยร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (ซีเอที)

ปี 2555 ประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (ซีอีดี)

แต่แล้ว “บิลลี่” พอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และแกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ก็หายตัวไปอีกคน เมื่อช่วงกลางปี 2557

เป็นอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

“ที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายที่แยกประเด็นการซ้อมทรมาน อุ้มฆ่า ออกมาเป็นการเฉพาะ ทางสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็เสนอมาว่าเราควรจะมี และเราก็เห็นว่าควรแยกออกจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา” ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ระบุ

เป็นที่มาของ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. ... ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดทำขึ้น

ณรงค์ ใจหาญ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. อธิบายว่า กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำบันทึกการควบคุมตัว การปล่อยตัว และการส่งต่อตัวผู้ต้องหาหรือผู้ต้องสงสัย ซึ่งหากเกิดการอุ้มหาย เราก็จะทราบว่าใครหรือหน่วยงานใดอยู่กับผู้ถูกอุ้มเป็นลำดับสุดท้าย บุคคลหรือหน่วยงานนั้นๆ ก็ต้องรับผิดชอบ

สำหรับกฎหมายฉบับนี้ไม่มีผลย้อนหลัง โดยสรุปสาระสำคัญพอสังเขปได้ดังนี้

มาตรา 5 เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำทรมาน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท หากผู้ถูกทรมานได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 10-30 ปี ปรับตั้งแต่ 2-6 แสนบาท และหากถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่ 6 แสน-1 ล้านบาท

มาตรา 6 เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการบังคับบุคคลให้สูญหาย ระวางโทษเทียบเท่ากับมาตรา 5

มาตรา 7 ผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่รู้เห็นเป็นใจกับเจ้าหน้าที่รัฐ ระวางโทษตามมาตรา 5 และ 6

มาตรา 9 ผู้บังคับบัญชาผู้ใดทราบหรือจงใจเพิกเฉย ไม่ดำเนินการเพื่อป้องกันหรือระงับ ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของที่บัญญัติไว้ในมาตรา 5 และ 6

มาตรา 11 สถานการณ์ฉุกเฉินสงครามความไม่มั่นคง ไม่อาจนำมาอ้างเพื่อให้กระทำความผิด พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้

มาตรา 15 ไม่ถือเป็นความผิดทางการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

มาตรา 19 เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกจำกัดเสรีภาพใน 6 ประเด็นหลัก

มาตรา 20 ญาติสามารถขอดูข้อมูลดังกล่าวได้ หากเจ้าหน้าที่ปฏิเสธสามารถร้องต่อศาลได้

มาตรา 25 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ประกอบด้วย รมว.ยุติธรรม (ยธ.) เป็นประธาน ปลัด ยธ.เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด อธิบดีดีเอสไอ นายกสภาทนายความ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิทธิมนุษยชน 4 คน ด้านการแพทย์ 1 คน ด้านจิตวิทยา 1 คน เป็นกรรมการ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา 32 คณะกรรมการฯ มีหน้าที่สืบสวนข้อร้องเรียน

ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เป็นกฎหมายที่ ยธ.ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในเดือน ก.พ.นี้

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน