
แห่จองกฐินซักยิ่งลักษณ์
สนช.ระดมตั้งคำถามซักยิ่งลักษณ์คดีจำนำข้าว ยันเวลานี้เสียงถอดถอนยังครึ่งต่อครึ่ง
สนช.ระดมตั้งคำถามซักยิ่งลักษณ์คดีจำนำข้าว ยันเวลานี้เสียงถอดถอนยังครึ่งต่อครึ่ง
นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงเปิดคดีถอดถอนจำนำข้าวเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ปรากฏว่ามี สนช.สนใจที่จะตั้งคำซักถามกันมาก
“เท่าที่ทราบมีกว่า 30 คำถามแล้ว และกว่าจะปิดการตั้งคำถามในวันที่ 12 ม.ค. คาดว่าจะมีผู้ตั้งคำถามอีกจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมาธิการซักถาม 9 คนของ สนช. คงทำงานกันเหนื่อยแน่ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะต้องมาตอบคำถามด้วยตัวเอง เพราะเมื่อเป็นผู้มาแถลงแล้วไม่ตอบคำถามด้วยตัวเองคงไม่ได้” นายวัลลภ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ฟังการชี้แจงยังมีหลายคำถามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช.ในหลายประเด็น อาทิ กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทำหนังสือมาท้วงติงถึง 2 ครั้งแล้วว่า โครงการจำนำข้าวจะก่อให้เกิดความเสียหาย ทำไม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่หยุด
“ผลโหวตตอนนี้เท่าที่ได้มีการพูดคุยกับสมาชิก คะแนน 50 ต่อ 50 ผมว่าถึงตอนนี้ไม่มีใครรู้ เพียงแต่คาดเดากันไป ฝ่ายคุณยิ่งลักษณ์ก็ไม่มั่นใจ เพราะถ้ามั่นใจคงไม่ออกมาว่า เอาเป็นว่ากะพริบตาไม่ได้แล้วกัน” นายวัลลภ กล่าว
นายตวง อันทะไชย สนช. กล่าวว่า การแถลงคัดค้านคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค.นั้น ไม่มีอะไรใหม่ เพราะเคยชี้แจงในสภามาแล้ว และเชื่อว่า สนช.ส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจแล้ว
“จุดยืนผมชัดเจน คือยึดถือเอากติกาบ้านเมืองความถูกต้องเป็นหลัก ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องถามว่าโหวตแบบไหน” นายตวง กล่าว
สำหรับเสียงถอดถอนที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่าจะมีไม่เพียงพอนั้น นายตวง กล่าวว่า ก็กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยถอดถอนใครได้อยู่แล้ว ตั้งแต่ออกมาไม่เคยมี ถ้าจะให้ถอดถอนกันได้จริงๆ ต้องแก้กฎหมาย ให้ระบุมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็พอ แต่เมื่อกฎหมายระบุอย่างนี้ก็ต้องเคารพ ผลออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับ เพราะถ้าไม่ยอมรับบ้านเมืองจะเดินหน้าได้อย่างไร
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. กล่าวว่า ยังต้องรอดูคำซักถามถึงจะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะโหวตอย่างไร และในเบื้องต้นนโยบายจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ แต่ไม่อยากจะไปพูดอะไรชี้นำสมาชิก ส่วนผลคะแนนโหวตจะออกมาอย่างไรก็ต้องยอมรับความจริง และถ้ากฎหมายถอดถอนนักการเมืองไม่ได้เลย ก็ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิรูปการเมืองควรที่จะตัดอำนาจการถอดถอนของวุฒิสภาชิกตรงนี้ออกไป
ด้าน นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มที่จะเอาการถอดถอนมาเป็นเหตุที่จะส่งผลถึงการปรองดองและการปฏิรูปพยายามที่จะให้เหตุผลว่า ถ้าจะปฏิรูปต้องอย่าถอดถอน ถ้าจะปรองดองต้องให้พ้นผิด ซึ่งเป็นตรรกะที่เบาปัญญา
ทั้งนี้ ถ้า สนช.ตกหลุมพรางนี้ จะกลายเป็นใบอนุญาตให้ความฉ้อฉลสามารถกระทำได้อย่างเปิดเผย ทั้งๆ ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่าไม่ชอบ ขณะที่การจำนำข้าว
เสียหายไปหลายแสนล้าน หลายหน่วยงานได้เตือนแล้ว ผนวกกับการฆ่าตัวตายของชาวนา 19 คน เป็นพยานเชิงประจักษ์ที่แจ่มชัดยิ่ง หากผู้ถูกกล่าวหาลอยนวลพ้นผิดไปได้ จะกลายเป็นความร้าวฉานครั้งยิ่งใหญ่ เป็นตราบาปที่ทำให้ สนช.ตกเป็นจำเลยของสังคมไทยไปยาวนาน
นายประสาร กล่าวอีกว่า ขอให้ สนช.ยืนหลักให้มั่นในความถูกต้องชอบธรรม มีวิจารณญาณที่มองไกลไปถึงความยุติธรรมทั่วทั้งกระบวน ไปให้พ้นจากความกลัวล่วงหน้าว่าจะถูกเช็กบิลภายหลัง ไม่ติดอยู่กับความเกรงใจใคร ไม่ถูกจองจำไว้ด้วยสัมพันธ์ส่วนตัว
“หลวงเขาจ้างมาให้ท่านตัดสินใจ ไม่ใช่จ้างมาให้ท่านสองจิตสองใจ การชี้ชะตาบุคคลทั้ง 3 ในครั้งนี้จะวัดใจกันว่า การรัฐประหาร 22 พ.ค. จะเสียของหรือไม่ เป็นสัญญาณประวัติศาสตร์ว่าระบบคุณธรรม จริยธรรม ของสังคมไทยยังเป็นที่พึ่งที่หวังอยู่ได้หรือไม่” นายประสาร กล่าว







