
เสรีภาพแสดงออก
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เมื่อ 3 มือปืนบุกสำนักพิมพ์นิตยสาร ชาร์ลี เอ็บโด ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ก่อนจะเปิดฉากยิงเรียงคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน 8 คน เป็นนักข่าว 2 คน เป็นตำรวจ1 นาย เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ร่วมงานกับนิตยสารฉบับนี้ อีกศพเป็นการ์ตูนนิสต์ชื่อดัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องสะเทือนขวัญสะท้านโลกไปในบัดดล
กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เมื่อ 3 มือปืนบุกสำนักพิมพ์นิตยสาร ชาร์ลี เอ็บโด ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ก่อนจะเปิดฉากยิงเรียงคน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน 8 คน เป็นนักข่าว 2 คน เป็นตำรวจ1 นาย เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ร่วมงานกับนิตยสารฉบับนี้ อีกศพเป็นการ์ตูนนิสต์ชื่อดัง เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องสะเทือนขวัญสะท้านโลกไปในบัดดล
กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่นักที่มีต้นตอมาจากการวาดรูปการ์ตูนล้อเลียนศาสนาของสื่อตะวันตก ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2006 ก็เคยเกิดกรณีหนังสือพิมพ์ในเดนมาร์ก ตีพิมพ์การ์ตูนล้อเลียนศาสนา ก่อนที่หนังสือพิมพ์อีกหลายๆ ฉบับทั่วยุโรป จะตีพิมพ์ตามกันไป เพื่อแสดงจุดยืนของสิทธิเสรีแห่งการแสดงออก แม้ว่าจะเกิดการประท้วงจากโลกมุสลิมอย่างหนัก
อย่างในปี 2006 นั้น ก็เกิดการประท้วงรุนแรงที่ประชาชนออกมาแสดงความไม่พอใจขึ้น จนในที่สุดการประท้วงในครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน
เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ยิงที่สำนักงานพิมพ์ในฝรั่งเศสเมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น ถือเป็นการแก้แค้นที่ชัดเจน และรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เกิดกรณีการเขียนการ์ตูนล้อเลียนศาสนาเช่นนี้ครับ
เรื่องนี้ถือว่าเป็นการจุดประเด็นสิ่งที่ถกเถียงกันทั่วโลกครั้งสำคัญ แน่นอนว่า สิทธิเสรีภาพแห่งการแสดงออกนั้นควรจะมีขอบเขต จำกัดบ้างหรือไม่ แน่นอนว่า จากกระแสการออกมาสนับสนุนฝรั่งเศสในโลกตะวันตกหลังเกิดเหตุการณ์ยิงขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่า คำว่า “เสรีภาพ” ต่อการแสดงออกในสายตาของโลกตะวันตกนั้น ไร้ขีดจำกัดทีเดียว
ซึ่งแน่นอนว่า ความเห็นที่ต่างกันเช่นนี้โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องศาสนาอันเป็นเรื่องที่เปราะบางอย่างยิ่งนั้น ได้นำมาซึ่งการปะทะกันทางอารยธรรมระหว่างโลกตะวันตกและโลกมุสลิมมาโดยตลอดตั้งแต่อดีตกาล
อีกทั้งยังดูเหมือนว่า การปะทะกันทางอารยธรรมนี้จะหาจุดสิ้นสุดได้ยาก เพราะต่างฝ่ายต่างก็เชื่อมั่นในแนวคิด และแนวทางของตัวเองอย่างมากที่สุด โดยเฉพาะโลกตะวันตกที่ยึดมั่นในอุดมการณ์แห่งเสรีภาพทางความคิด และการแสดงออกอย่างสุดโต่ง แม้ว่าการแสดงออกนั้นอาจจะล้ำเส้นวัฒนธรรมอื่นก็ตาม อย่างกรณีการล้อเลียนทางศาสนาเป็นต้น
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักครับ ที่ในประเทศไทยเองก็เคยปรากฏเป็นข่าวมาเป็นระยะๆ ที่นักตะวันตกปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมกับองค์พระพุทธรูปในเมืองไทย หรือประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับสิ่งอันเป็นที่เคารพของคนในวัฒนธรรมอื่น
ในฐานะสื่อด้วยกัน ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นก็ต้องขอย้ำกันสักนิดว่า
“ผล” ก็ย่อมเกิดจากการกระทำทั้งสิ้นครับ







