
เอกชนห่วงเศรษฐกิจ ปีนี้ส่อแววขยายตัวต่ำเป้า
การเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า เริ่มสร้างความกังวลใจต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้แทนการส่งออกที่มีแนวโน้มว่าจะยังคงขยายตัวต่ำมากต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ตามภาวะเศรษฐกิจโลก
การเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า เริ่มสร้างความกังวลใจต่อภาคธุรกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้แทนการส่งออกที่มีแนวโน้มว่าจะยังคงขยายตัวต่ำมากต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว ตามภาวะเศรษฐกิจโลก
เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้จัดการฝ่ายวิจัย ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงในปีนี้ นอกจากเรื่องการเบิกจ่ายและการดำเนินโครงการของรัฐบาลที่ล่าช้ากว่าคาดแล้ว ยังมีในเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับลดลงแรง ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อต่ำทั่วโลก แม้จะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจที่ใช้พลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงถึง 2 ใน 3 ของทั้งหมด แต่ยังกดดันราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลักหลายตัว และรายได้เกษตรตกต่ำต่อเนื่องด้วย
ดังนั้น หากการส่งออกไม่ดีและไม่มีลงทุนใหม่ เศรษฐกิจที่คาดการณ์กันว่าจะขยายตัว 3-4% ก็อาจจะขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ซึ่งอาจจะมีการทบทวนประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจใหม่เป็นรายไตรมาส
อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทยปีนี้คาดจะเติบโตที่ 4.5% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยปีหน้ามีแนวโน้มเติบโตช้า แม้จะมีการลงทุนภาครัฐเป็นพระเอก แต่จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และไทยยังเผชิญปัญหาการบริโภคและหนี้ครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากต่างประเทศที่กดดัน ได้แก่ ค่าเงิน รัสเซีย และน้ำมัน การที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังซบเซา และเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปที่ส่งแววว่าจะยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งไทยจะได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้&O5279;ต้องเตรียมพร้อมรับมือให้ดี
ขณะที่ความเสี่ยงในประเทศ เรื่องสำคัญคือความรวดเร็วในการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐ หากทำได้ก็จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทยได้ แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะแม้จะมีการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน การลงทุนในปีนี้ยังคงเร่งตัวได้ไม่แรงนัก จากขั้นตอนการเบิกจ่ายงบ และจากสภาพคล่องในตลาดการเงินที่จะเริ่มตึงตัวมากขึ้นตาม
การเร่งตัวของสิน เชื่อเมื่อเศรษฐกิจฟื้น
เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ในปี 2558 คาดว่าการขยายตัวของจีดีพีไทยจะขยายตัวได้อย่างน้อย 4% เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากเม็ดเงินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาล อาทิ รถไฟทางคู่ ประมาณ 2 แสนล้านบาท รวมถึงการเบิกจ่ายงบประมาณที่จะเข้าสู่ระบบในช่วงต้นปี
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบเศรษฐกิจในปีนี้ ยังคงเป็นปัจจัยจากต่างประเทศที่มีความผันผวนมาก ราคาน้ำมันที่ลดลงก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำให้เศรษฐกิจดี เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลายประเทศยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ ทำให้กังวลใจว่าการส่งออกในปีนี้ อาจจะขยายตัวไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะขยายตัวได้ 3.5%
อย่างไรก็ดี เชาว์ มองว่า จะหวังพึ่งการลงทุนภาครัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จำกัด เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกคิดเป็น 70% ของจีดีพี การลงทุนคิดเป็น 10% ของจีดีพีเท่านั้น ชดเชยกันไม่ได้ แต่หากเบิกจ่ายเร็วก็ย่อมจะดีกว่า







