
สนช.ดันพรบ.ป้องกันทรัพยากรทะเล
กมธ.ดันกฎหมายป้องกันทรัพยากรทะเลชายฝั่ง พร้อมตั้งคณะทำงานระดับชาติสองส่วนดูแล เน้นสร้างรายได้ปชช.ในพื้นที่
กมธ.ดันกฎหมายป้องกันทรัพยากรทะเลชายฝั่ง พร้อมตั้งคณะทำงานระดับชาติสองส่วนดูแล เน้นสร้างรายได้ปชช.ในพื้นที่
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. พล.ร.อ.วัลลภ เกิดผล ประธานคณะกรรมมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ร่างพ.ร.บ.จัดการทรัพยากรทางชายฝั่งทะเล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เสนอร่างพ.ร.บ.การบริหารจัดการทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. …. ให้สนช.พิจารณา ขณะเดียวกันก็มีชุมชนที่อยู่ชายฝั่ง 20 จังหวัด รวมตัวกันเสนอร่างพ.ร.บ.เรื่องเดียวกันให้พิจาณาด้วย โดยทางสนช.ได้รับหลักการในวาระแรก พร้อมจัดตั้งกมธ.ซึ่งมีตัวแทนชุมชนชายฝั่ง 2 คนเข้าร่วมด้วย
“จากที่นำร่างพรบ.ของครม. และตัวแทนชาวบ้าน พบว่ามีความใกล้เคียงมาก แต่ของครม.ได้กล่าวถึงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยกมธ. เองก็ได้เชิญหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมพิจาณา ซึ่งเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย และจะนำเสนอต่อสนช. เพื่อให้พิจาณาในวาระต่อไป” พล.ร.อ. วัลลภ ระบุ
อย่างไรก็ดี ในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้จัดให้มีคณะกรรมการดำเนินงานสองระดับ คือ ระดับชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี หรือคนที่ได้รับมอบหมายเป็นประธานกรรมการ และมีรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน มีข้าราชการระดับสูงและผู้แทนชุมชนจำนวน 12 คนเป็นกรรมการ และอีกระดับหนึ่งเป็นระดับจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ โดยมีผู้แทนจากสำนักงานอื่นและตัวแทนประชาชนร่วมด้วย
ทั้งนี้ กมธ.ได้เพิ่มเติมในประเด็นการปลูก เช่น การปลูกปะการัง เพื่อรักษาระบบห่วงโซ่อาหาร การปลูกป่าชายเลนเพื่อรักษาระบบนิเวศ และความเป็นอยู่ของประชาชน หากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ จะสร้างประโยชน์ให้กับชาวบ้านชุมชนชายฝั่งได้อย่างมหาศาล แม้จะมีบางคนที่ได้รับความลำบากในการจำกัดการใช้ทรัพยากรจากชายฝั่งอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากความเคยชินจะเปลี่ยนเป็นจิตสำนึกไปยังรุ่นลูกหลานต่อไป







