posttoday
คุ้มครองผู้บริโภค

คุ้มครองผู้บริโภค

08 มกราคม 2558

เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิขององค์กรที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลคลื่นความถี่ด้านโทรคมนาคม ซึ่งรวมไปถึงการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่มาหารือเพื่อให้คิดค่าบริการโทรศัพท์เป็นวินาที จากที่ผ่านมาผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการคิดค่าโทรศัพท์เป็นนาที คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.4 หมื่นบาทล้าน/ปี

เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความด้อยประสิทธิขององค์กรที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลคลื่นความถี่ด้านโทรคมนาคม ซึ่งรวมไปถึงการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่มาหารือเพื่อให้คิดค่าบริการโทรศัพท์เป็นวินาที จากที่ผ่านมาผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการคิดค่าโทรศัพท์เป็นนาที คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.4 หมื่นบาทล้าน/ปี

แต่ปรากฏว่า กสทช.ทำได้แค่เพียงขอความร่วมมือให้ผู้บริการโทรศัพท์มือถือคิดค่าบริการจากนาทีเป็นวินาที โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ใช้บริการต้องติดต่อขอรับโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการด้วยตัวเอง และให้เริ่มขอรับโปรโมชั่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ซึ่งทำให้ผู้บริการโทรศัพท์มือถือได้เงินกินเปล่าเข้ากระเป๋า 4,500 ล้านบาท/เดือน หรือเบ็ดเสร็จ 2 เดือน ก็คิดเป็นเงินกินเปล่าถึง 9,000 ล้านบาท

แม้ว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ต้องเลื่อนเวลาการจัดโปรโมชั่นค่าโทรเป็นวินาทีไปอีก 2 เดือน เพราะต้องมีการปรับระบบภายในองค์กรเพื่อรองรับการคิดค่าโทรศัพท์เป็นวินาที และหากจะปรับระบบให้มีการคิดค่าโทรเป็นวินาทีจะต้องใช้เวลาในการปรับระบบนานถึง 6 เดือน ถึง 1 ปี ถือว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นนัก เพราะการปรับปรุงระบบไอทีไม่ควรใช้เวลานานขนาดนั้น แต่สุดท้าย กสทช.ก็ยอมรับข้อเสนอจากเอกชนแต่โดยดี

อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอจากกรรมการ กสทช.บางรายที่ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าว และเสนอให้ที่ประชุม กสทช.จัดการกรณีที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบจากการถูกคิดค่าโทรเป็นนาที โดยการออกประกาศ กสทช.บังคับได้ทันที ไม่ต้องรอให้เอกชนจัดโปรโมชั่นดังที่กล่าวมา ซึ่งนี่เป็นทิศทางการดำเนินการที่ถูกต้องและเหมาะสม เพราะผู้บริโภคถูกเอาเปรียบมานานแล้ว และหน่วยงานกำกับจะยอมให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบต่อไปอีกเป็นเวลาอย่างน้อย 2-6 เดือนอีกต่อไปหรือ

นอกจากนี้ หาก กสทช.มีความมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้บริการโทรศัพท์ จึงสมควรที่จะแก้ปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบในกรณีอื่นๆ ด้วย เช่น กรณีความเร็วของการใช้สัญญาณโทรศัพท์ 3จี ที่ปัจจุบันความเร็วที่ใช้งานจริงต่ำกว่าสัญญาที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ อีกทั้งการวางโครงข่ายโทรศัพท์ยังพบว่ามีจุดอับสัญญาณในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการใช้งาน หรือแม้กระทั่งกรณีการตัดเงินค่าบริการค่าโทรศัพท์แบบเติมเงินลงเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 30 วัน ก็จะถูกตัดเงินอัตโนมัติเป็นสิ่งที่ควรมีการแก้ไข

ไม่เช่นนั้นแล้ว การดำรงอยู่ของ กสทช.ก็ไม่ใช่สิ่งที่มีความจำเป็น เพราะหากผู้บริโภคไม่ได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ยุคสื่อสารไร้พรมแดน และถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ การที่คณะรัฐมนตรีผ่านกฎหมายปรับลดอำนาจของ กสทช.เป็นสิ่งที่สมควร แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องจัดกลไกใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพด้วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน