ห่วงการเมือง-ระบบราชการอ่อนแอเป็นอุปสรรคการแข่งขัน
“สุรินทร์” ห่วงการเมืองและระบบราชการไทยที่อ่อนแอและไม่ชัดเจนทำไทยไม่พร้อมแข่งขันในเวทีอาเซียน
“สุรินทร์” ห่วงการเมืองและระบบราชการไทยที่อ่อนแอและไม่ชัดเจนทำไทยไม่พร้อมแข่งขันในเวทีอาเซียน
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวภายหลังบรรยายพิเศษในเรื่อง “ASEAN in the Global Community” ว่า ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่พร้อม 100% ที่จะออกไปแข่งขันในเวทีอาเซียนที่จะเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สิ้นปีนี้ ภาคเอกชนจะต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้สูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่สิ่งที่เป็นห่วงมากกว่าคือ ภาคการเมืองและรับบราชการของไทยที่อ่อนแอ มีทิศทางไม่ชัดเจนและไม่ต่อเนื่อง ซึ่งจะกลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในเวทีระดับสากลให้กับไทย
“ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาภาคการเมืองของไทยมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งกันมาตลอด จนทำให้การเดินหน้าผลักดันนโยบายบางเรื่องไม่ต่อเนื่อง รวมทั้งยังทำให้ขาดคนที่เข้าใจในการออกไปเจรจาต่อรองข้อตกลงความร่วมมือต่างๆ จึงทำให้เสียโอกาสไป เพราะอาเซียนเป็นทั้งเวทีแห่งความร่วมมือและการแข่งขันระหว่างกันเอง ดังนั้นภาคการเมืองของไทยจะต้องกลับสู่ภาวะที่ทุกฝ่าย ทุกภาคส่วนยอมรับและเข้าใจกันได้โดยเร็วที่สุด” นายสุรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ ระบบราชการของไทยเองก็มีความอ่อนแอมาก เพราะมีระบบอุปถัมภ์เยอะ จนทำให้คนที่มาเป็นข้าราชการไม่ใช่คนที่มีความรู้ ความเข้าใจในงานนั้นๆ ดีพอที่จะสามารถเป็นตัวแทนประเทศในการออกไปปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติในเวทีใหญ่ๆ ได้ เพราะไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ทั้งในเรื่องของภาษา ข้อมูลและความเข้าใจ
นอกจากนี้ ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจกันระหว่างอาเซียนเอง แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการทำข้อตกลงความร่วมมือด้านต่างๆ ไปมากมาย แต่ในทางปฎิบัติที่แท้จริงแล้วถือว่ายังมีน้อยมาก เพราะยังติดขัดในเรื่องของความแตกต่างกันของแต่ละประเทศ ซึ่งในส่วนของไทยนั้น จะต้องเร่งแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน เร่งแก้ข้อจำกัดในเรื่องของมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ระหว่างอาเซียนด้วยกัน และเร่งเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ และระบบคมนาคมขนส่งกับอาเซียนให้เร็วที่สุด
“รัฐบาลจะต้องตระหนักรู้ให้ได้ว่าเรื่องการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยในอาเซียนนั้นมีความสำคัญต่อภูมิภาคอาเซียนมากแค่ไหน เพราะถึงขนาดที่ว่าอาเซียนมีความเป็นห่วงกันมากว่า การเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของอาเซียนจะล้มเหลวเพราะปัญหาการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยไทยจะต้องเร่งใช้ยุทธศาสตร์ทที่ตั้งที่มีความได้เปรียบในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงผลักดันการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ไทยกับอาเซียนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด”นายสุรินทร์ กล่าว
ด้านนายกิตติ ประเสริฐสุข ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากให้คะแนนความพร้อมของไทยในการเข้าสู่เออีซีนั้น คิดว่าประเทศไทยเดินหน้ามาได้เพียง 65% เท่านั้น โดยเรื่องสำคัญที่มองว่าจะต้องเร่งทำให้เร็วที่สุดเพื่อให้ประเทศไทยพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในเวทีอาเซียนคือ เรื่องระบบโลจิสติกส์ กฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่ยังเป็นอุปสรรค และการเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนและภาครัฐที่จะต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน







