
ลุยเปิดเหมืองรับก่อสร้างโต
กรมเหมืองแร่ฯ รับลูกอุตสาหกรรมก่อสร้างโต เร่งออกประทานบัตรเหมืองหินปูน-เหมืองหิน-ยิปซัม
กรมเหมืองแร่ฯ รับลูกอุตสาหกรรมก่อสร้างโต เร่งออกประทานบัตรเหมืองหินปูน-เหมืองหิน-ยิปซัม
นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า กรมมีนโยบายเร่งรัดการออกประทานบัตรเหมืองหินปูนเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เพิ่มเติม ตลอดจนออกประทานบัตรเหมืองหินในบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น หนองบัวลำภู นครพนม และหนองคาย ซึ่งขาดแคลนหินสำหรับใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้าง จากก่อนหน้านี้ที่นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.พาณิชย์ ลงนามอนุมัติประทานบัตรกว่า 100 เรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเปิดเหมืองหินปูนซีเมนต์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐ
นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ รองอธิบดี กพร. ประเมินว่า ในปี 2558 จะมีเอกชนยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ประมาณ 60-70 ราย หลังจากที่ใบอาชญาบัตรเพื่อสำรวจแร่จะทยอยหมดอายุลง โดยคาดว่าการยื่นขอประทานบัตรใหม่ จะเป็นการขอเปิดเหมืองแร่ที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่มีแนวโน้มว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง เช่น ปูนซีเมนต์ แร่ยิปซัม แร่เฟลด์สปาร์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิก และ
แร่ทรายแก้วสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมผลิตแก้วและกระจก เป็นต้น
นายชาติ ระบุว่า สำหรับการขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจแร่ในปีนี้ คาดว่าส่วนใหญ่จะเป็นการยื่นขออาชญาบัตรที่เป็นแร่โลหะ เช่น ทองคำ เหล็ก ตะกั่ว และสังกะสี และภายใน 3-4 ปีนับจากนี้ จะมีเอกชนเข้ายื่นขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่โลหะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เพื่อทำให้การเปิดเหมืองเพื่อขุดแร่สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน กรมจะเร่งผลักดันให้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่โดยเร็ว ซึ่งกฎหมายแร่ฉบับใหม่ภาครัฐจะเปิดให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดเหมืองมากขึ้น ทั้งการแสดงความเห็น นำเสนอข้อเสนอแนะ และสร้างกระบวนการให้เกิดการร่วมคิดและตัดสินใจร่วมกันระหว่างชุมชน ผู้ประกอบการและภาครัฐ
“ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มี.ค. และจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจมากยังคงเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม” นายชาติ กล่าว







