posttoday
ส่งออกปีหน้าเสี่ยง-ปีนี้น่าผิดหวัง

ส่งออกปีหน้าเสี่ยง-ปีนี้น่าผิดหวัง

31 ธันวาคม 2557

การส่งออกไทยโดยรวมในปี 2557 ยังน่าผิดหวัง โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

การส่งออกไทยโดยรวมในปี 2557 ยังน่าผิดหวัง โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า

มูลค่าการส่งออกของไทยในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ยังคงหดตัวที่ 0.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากราคายางพาราที่หดตัวต่อเนื่อง การส่งออกรถยนต์ที่ขยายตัวได้ต่ำกว่าคาดจากการส่งออกไปยังตลาดหลัก (อินโดนีเซียและออสเตรเลีย) และตลาดรองอย่างตะวันออกกลาง รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวจากอุปสงค์ในประเทศ โดยปัจจัยเหล่านี้จะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการส่งออกไทยในปี 2558 ซึ่งการส่งออกไทยจะถูกกดดันเพิ่มเติมจากการถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (Generalized System of Preferences : GSP) จากสหภาพยุโรปในทุกหมวดสินค้า และราคาน้ำมันโลกที่คาดว่าจะลดลงต่อเนื่องในปีหน้า กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าการส่งออกไทยเดือน พ.ย.อยู่ที่ 18,567.8 ล้านเหรียญสหรัฐ กลับมาหดตัวอีกครั้งที่ 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการนำเข้าหดตัวต่อเนื่องที่ 3.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 18,645.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ไทยกลับมาขาดดุลการค้าที่ 78 ล้านเหรียญสหรัฐ

มูลค่าการส่งออกหดตัวอีกครั้งจากการส่งออกอาหารทะเลแปรรูป และคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบที่ลดลง โดยมูลค่าการส่งออกทูน่ากระป๋องหดตัวลง 18.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในเดือน พ.ย. จากการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่ลดลงกว่า 59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบหดตัว 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือน พ.ย. จากตลาดฮ่องกงและจีนที่หดตัว 15.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 22.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับตามความต้องการที่ชะลอตัว

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันโลกที่หดตัวต่อเนื่องยังกดดันมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 4% ของการส่งออกทั้งหมดให้ลดลงกว่า 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและกระทบต่อความต้องการรถยนต์และส่วนประกอบในตลาดตะวันออกกลาง โดยมูลค่าการส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบของไทยไปยังตลาดตะวันออกกลางลดลงถึง 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนในเดือน พ.ย. ซึ่งเมื่อรวมกับการส่งออกยางพาราที่ยังหดตัวต่อเนื่อง โดยในเดือน พ.ย. หดตัวถึง 43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากราคายางโลกที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว เป็นผลให้การส่งออกไทยเดือน พ.ย. หดตัว 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

มูลค่าการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปปรับตัวลดลง เช่นเดียวกับการส่งออกไปยังจีน โดยในเดือน พ.ย. การส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป (15) และญี่ปุ่นปรับตัวลดลง 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เช่นเดียวกับการส่งออกไปจีนที่หดตัวต่อเนื่องจากความต้องการในประเทศที่ชะลอลง โดยการส่งออกไปจีนในเดือน พ.ย.นี้ ลดลงไปถึง 18.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้การส่งออกไปจีนใน 11 เดือนแรกของปีหดตัวแล้ว 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐและตลาดศักยภาพสูงอย่างภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (CLMV) (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) ยังสามารถขยายตัวได้ดี โดยขยายตัวได้ 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 8.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ

มูลค่าการนำเข้าหดตัวต่อเนื่องจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลง โดยมูลค่าการนำเข้าน้ำมันดิบหดตัวต่อเนื่องในเดือน พ.ย. โดยลดลงกว่า 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้การนำเข้าเชื้อเพลิงที่มีสัดส่วนกว่า 20% ของการนำเข้าทั้งหมดหดตัวลง 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ด้านการนำเข้าสินค้าทุนนั้นหดตัวลงจากการนำเข้าเครื่องจักรและส่วนประกอบที่ลดลง 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทำให้ใน 11 เดือนแรกการนำเข้าสินค้าทุนหดตัว 8.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการลงทุนในประเทศที่ยังอ่อนแอ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69