
เลิกแบ่งแยกเสียที
แม้รัฐบาลจะกระชับพื้นที่และสลายม็อบไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความแตกแยกของคนในชาติที่ฝังรากลึกหายไปแต่อย่างใด แม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะประกาศนโยบายสมานฉันท์มาโดยตลอด แต่ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการ การเยียวยากระบวนการสมานฉันท์ที่แท้จริงยังไม่เกิดขึ้น
การสมานฉันท์ของคนในชาติ ให้กลับมารู้รักสามัคคีกันเหมือนเดิมนั้น มองไปแล้วหนทางค่อนข้างตีบตัน เพราะเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายประเกียรติ นาสิมมา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.พรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย นำคณะสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบพื้นที่บนเขาแพง ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 62 ไร่ ของนายแทน เทือกสุบรรณ ลูกชายของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหาความผิดปกติ และกล่าวหาว่ามีการออกโฉนดที่ดินเพิ่มกว่าเดิมมากกว่า 34 ไร่
สิ่งที่ สส.เพื่อไทยได้รับก็คือการไม่ต้อนรับจากคนในพื้นที่ โดยได้มีกลุ่มชาวบ้านประมาณ 200 คน รวมตัวกันเพื่อต่อต้านที่สถานีตำรวจภูธรเกาะสมุย โดยระบุว่า ถ้าอยากจะตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ก็ต้องตรวจสอบนักการเมืองคนอื่นที่เข้าครอบครองพื้นที่เกาะสมุยด้วย เช่น นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ไม่ต้อนรับดังกล่าวไม่ได้มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น โดยทางแกนนำชาวบ้านได้ขอให้ผู้ชุมนุมชุมนุมอย่างสงบ ไม่ใช้ความรุนแรง
เหตุการณ์ดังกล่าว แม้จะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ก็เป็นเหตุการณ์แรกหลังจากการสลายม็อบเสื้อแดง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าการแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายทางความคิดยังคงมีอยู่ และคงจะไม่หายไปง่ายๆ และเมื่อ สส. เพื่อไทยได้รับการต้อนรับจากประชาชนทางภาคใต้เช่นนี้ หาก สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ จะเดินทางไปยังภาคเหนือ หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย ก็จะเกิดเหตุการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้น เช่นกัน
สิ่งที่จะตามมาก็คือ จากนี้ไปหากมีการเลือกตั้ง ผู้สมัคร สส. ของพรรคต่างๆ ที่ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่หรืออยู่ในจังหวัดนั้น ก็จะเดินทางไปหาเสียงไม่ได้ อาจถูกกลุ่มจัดตั้งขว้างปาข้าวของ หรือทำร้ายร่างกาย
แม้แต่หัวหน้าพรรคการเมืองเองจะลงไปช่วยลูกพรรคหาเสียงก็คงไม่ได้ เพราะจะโดนต่อต้านในลักษณะเดียวกัน ลองคิดดูหากจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้กันต่อไปอีก การพัฒนาชาติจะทำอย่างไร และการแตกแยกจะแก้ไขให้หายไปได้อย่างไร
เรื่องเหล่านี้ควรจะยุติลงได้แล้ว เพื่อที่จะให้การสมานฉันท์เดินหน้าต่อไป การจัดตั้งกลุ่มรวมตัวมาขับไล่ ต่อต้านฝั่งตรงข้ามนั้น ควรจะเลิกได้แล้ว โดยอาจจะต้องเริ่มจากพื้นที่ที่เป็นของคนในรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเสียก่อนเพื่อให้เป็นตัวอย่าง และในจังหวัดอื่นๆ ก็ควจะมีสปิริตทำตามด้วย เพื่อให้กระบวนการสร้างความสามัคคีเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ถึงเวลาที่จะต้องเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าความสะใจส่วนตัวแล้ว







