posttoday

ลงทุนขุดทอง...รัฐได้ไม่คุ้มเสีย

24 ธันวาคม 2557

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

หากเป็นไปตาม “โรดแมป” ของกระทรวงอุตสาหกรรม คาดว่าภายในกลางปี 2558 จะมีการประกาศใช้นโยบายแร่ทองคำ “ฉบับใหม่”

สาระสำคัญคือ จะเปิดสัมปทานแร่ทองคำใหม่ จำนวน 300 แปลง มูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท

“นโยบายฉบับใหม่จะเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ทั้งการพิจารณาให้ใบอนุญาตสำรวจ อาชญาบัตร การให้ใบอนุญาตประทานบัตร และจะมีการจัดตั้งกองทุนดูแลความเสี่ยงของประชาชนในพื้นที่” จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม ระบุ

แม้จะได้รับคำยืนยันจากบุคคลระดับรัฐมนตรี ทว่าในมุมของชาวบ้านคงเป็นเรื่องยากที่จะให้ความเชื่อมั่น นั่นเพราะผลกระทบจากเหมืองในอดีตยังสร้างความเจ็บปวดมาถึงทุกวันนี้

ที่ จ.พิจิตร บริษัทเอกชนในเครือประเทศออสเตรเลีย ได้รับประทานบัตร จำนวน 8 ฉบับ รวมพื้นที่กว่า 2,173 ไร่ ตั้งแต่ปี 2544-2550 ผลิตแร่ทองคำและเงินมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท แต่จ่ายค่าภาคหลวงเพียง 383.82 ล้านบาท

นอกจากนี้ กระบวนการทำเหมืองยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นจากการระเบิดภูเขา การแยกสินแร่เป็นทองคำซึ่งทำให้น้ำกลายเป็นกรด รวมถึงโลหะส่วนเกินที่หลุดออกไปสู่สิ่งแวดล้อม ที่สำคัญพบว่าชาวบ้านมีอัตราการป่วยเป็นมะเร็ง และมีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ไม่ต่างไปจากเหมืองทองคำ จ.เลย ที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ หน่วยงานสาธารณสุขสั่งห้ามบริโภคน้ำในแหล่งน้ำ เพราะพบสารหนู แคดเมียม ทองแดง ตะกั่ว แมงกานีส ขณะที่ผลตรวจสุขภาพชาวบ้านพบ 124 ราย ที่มีสารไซยาไนด์ในเลือดเกินมาตรฐาน

คำถามคือ อะไรคือหลักประกันว่าจะไม่เกิดผลกระทบเช่นเดียวกันนี้กับโครงการในอนาคต

อีกสิ่งที่ต้องจับตาคือ ร่าง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. ...ซึ่งผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ชั้นคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนจะเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อไป

อาภา หวังเกียรติ ผู้ช่วยคณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายว่า กฎหมายแร่ฉบับใหม่มีเนื้อหาเอื้อประโยชน์แก่เอกชน โดยให้อำนาจกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศเขตพื้นที่เหมืองแร่ (Mining Zone) ในพื้นที่ที่หน่วยงานอื่นดูแลได้โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาต เช่น ให้เอกชนเข้าไปทำเหมืองแร่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ได้ ทั้งๆ ที่เดิมต้องผ่าน ครม.ก่อน

นอกจากนี้ ยังแบ่งพื้นที่สัมปทานออกเป็นขนาดต่างๆ โดยขนาดเล็กหรือน้อยกว่า 100 ไร่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพียงคนเดียวสามารถอนุมัติได้ ขนาดกลาง 100-625 ไร่ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เป็นผู้อนุมัติ ขนาดใหญ่มากกว่า 625 ไร่ ใช้ระบบประมูลผ่านการอนุมัติของปลัดกระทรวง

“หลังจากนี้จะมีความพยายามผลักดันให้เกิดสัมปทานขนาดเล็ก เพราะนอกจากจะไม่ต้องทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังง่ายต่อการอนุมัติอีกด้วย ขอตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด รมต.ยุคนี้ถึงต้องรีบปล่อยผีประทานบัตรทองคำ ใครมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรหรือไม่”อาจารย์อาภา ระบุ

นักวิชาการรายนี้ บอกอีกว่า ทุกๆ การขุดแร่ 1,000 กิโลกรัม จะได้ทองคำเพียง 18 กรัมเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย ที่สำคัญประเทศไทยต้องกำหนดยุทธศาสตร์การใช้ประโยชน์จากแร่ที่ชัดเจน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

“เรายังไม่จำเป็นต้องรีบเอาแร่ออกมาใช้ขนาดนี้ ในอนาคตราคาอาจจะเพิ่มขึ้นก็ได้ ถามว่าการขุดแร่ขึ้นมาขณะนี้ประเทศไทยหรือต่างชาติกันแน่ที่ได้ประโยชน์”อาจารย์ด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งคำถาม

การลงทุนแลกเม็ดเงินจึงอยู่บนความเสี่ยงที่จะเกิดกับคนไทย

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง