
บิ๊กตู่ลงนามดันรถไฟทางคู่ จีนรับซื้อสินค้าเกษตรเพิ่ม
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนามในบันทึกความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เมื่อวานนี้ ในเรื่องของรัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ปี 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนามในบันทึกความตกลงและบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เมื่อวานนี้ ในเรื่องของรัฐบาลไทยตกลงให้รัฐบาลจีนเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการตามกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทย ปี 2558-2565 โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐาน เส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทางประมาณ 734 กิโลเมตร
รวมทั้งช่วงแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นโครงการทางคู่ขนาดมาตรฐานโครงการแรกของไทย โดยทั้งสองฝ่ายจะใช้ความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล ฉบับที่ 2 ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร โดยเป็นการแสดงเจตจำนงของจีนในการซื้อสินค้าเกษตรของไทย อาทิ ข้าวและยางพารา รวมทั้งจะเพิ่มปริมาณสินค้าเกษตรอื่นจากไทยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฉบับแรก เป็นการลงนามระหว่าง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และฉีเจ้าฉื่อ ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน ขณะที่ฉบับที่ 2 เป็นการลงนามระหว่าง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ และฉีเจ้าฉื่อ ผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน โดย พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมไทย-จีน ทั้งตามเอ็มโอยูทั้งสองฉบับด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพัฒนาเส้นทางรถไฟจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมจีน ลาว ไทย จะทำให้มีการเพิ่มปริมาณสินค้าและจำนวนนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศในภูมิภาคต่อไปในอนาคต โดยไทยพร้อมจะร่วมมือกับจีนในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งในอนุภูมิภาค GMS ทั้งทางถนน ราง และน้ำ ขณะนี้ได้มีการพัฒนาโครงข่ายถนนเชื่อมโยงในเส้นทาง R3A (กรุงเทพฯ-คุนหมิง) เพื่อให้การขนส่งคนและสินค้าเป็นไปโดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น ไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ยังได้เห็นชอบในหลักการในการพัฒนาเส้นทางหมายเลข R8 และ R12 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมโยงไปยังกว่างซีในอนาคต
นอกจากนี้ ไทยยังได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจ ไทยอยู่ระหว่างการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามระเบียงเศรษฐกิจในบริเวณชายแดน ซึ่งในอนาคตสามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนที่อยู่ตามระเบียงเศรษฐกิจเดียวกัน เพื่อพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดนต่อไป
สำหรับความร่วมมือในภูมิภาค GMS นั้น จีนพร้อมที่จะร่วมมือกับไทยในการส่งเสริมการพัฒนาในอนุภูมิภาคในทุกมิติ พร้อมที่จะได้มีการร่วมมือกับประเทศสมาชิกในการเชื่อมโยงเส้นทางถนน เพื่อประโยชน์ในการขนส่งคนและสินค้าในอนาคต นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยมีเสถียรภาพและความมั่นคง เป็นผลให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอว่าทางการจีนจะตั้งธนาคารใดในไทยเพื่อเป็นธนาคารชำระดุลเงินหยวน เพื่อลดข้อจำกัดในการถือครองเงินหยวน เนื่องจากปัจจุบันการค้าขายกับจีนด้วยเงินหยวนมีปัญหาว่าเมื่อได้เงินหยวนมาแล้วต้องถือครองไว้เฉยๆ ไม่สามารถไปฝากหรือทำอะไรที่ได้ผลตอบแทนคืนมาเหมือนการถือครองดอลลาร์
“การตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนจะช่วยเรื่องการค้าขายระหว่างไทยกับจีนได้บ้าง ลูกค้าแบงก์ก็จะเริ่มใช้เงินหยวนค้าขายมากขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการถือครอง” กอบศักดิ์ กล่าว







