
ส่งออกไตรมาส2ฉิว
ขนส่งทางเรือสั่งซื้อเพียบ
แนวโน้มต่างชาติเชื่อมั่น
โพสต์ทูเดย์
— สภาผู้ส่งออกทางเรือฯ คาดดัชนีส่งออกไตรมาส 2 ดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เหตุเชื่อมั่นคำสั่งซื้อดี การเมืองไม่กระทบนายไพบูลย์ พลสุวรรณา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงดัชนีการส่งออกไตรมาส 2 ปีนี้ว่า แนวโน้มจะยังดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เพราะความเชื่อมั่นสั่งซื้อต่างประเทศดีขึ้น มีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาต่อเนื่อง และความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศที่ผ่านมายังไม่กระทบ โดยจำนวนตู้สินค้าส่งออกของไทยผ่านท่าเรือกรุงเทพ แหลมฉบัง และท่าเรือเอกชน 4 เดือน 1.11 ล้านตู้คอนเทนเนอร์ เพิ่ม 23.1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก 5 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติกและบรรจุภัณฑ์พลาสติก เครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และไก่ ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกทางเรือถึง 40% ทุกกลุ่มมีการส่งออกเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่มีแนวโน้มกระทบการส่งออก คือ ค่าระวางเรือที่ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในเส้นทางเดินเรือไปสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น เช่น การแข็งค่าของเงินบาท คู่แข่งผลิตสินค้าประเภทเดียวกันในภูมิภาค การกีดกันทางการค้าของประเทศคู่ค้า รวมทั้งปัจจัยการเมือง ในส่วนนี้ถือเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องปรับตัว ขณะที่ข้อเสนอแนะสภาผู้ส่งออกฯ เน้นให้ภาครัฐเร่งพัฒนาระบบโครงข่ายโลจิสติกส์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสามารถลดต้นทุนได้ต่อเนื่อง
นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ หัวหน้าโครงการดัชนีการส่งออก คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในแง่ของราคา ซึ่งหมายถึงกำไรของผู้ประกอบการ มีอัตราลดลง ซึ่งปัญหาอุปสรรคสำคัญที่เป็นปัจจัยภายใน คือ เรื่องของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น การขาดแคลนแรงงานฝีมือ ปัญหาค่าระวางเรือที่สูง ต้นทุนการผลิต สถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ส่งผลต่อยอดคำสั่งซื้อสินค้า ส่วนปัจจัยภายนอก มาจากมาตรการและกฎระเบียบการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันทางด้านคุณภาพสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองส่งผลกระทบต่อภาคบริการและภาคการ ท่องเที่ยวอย่างมาก ดังนั้นภาคส่งออกจึงเป้นความหวังของประเทศที่จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เติบ โตขึ้นตามเป้าหมาย ซึ่งรัฐบาลควรจะให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาให้กับภาคอุตสาหรรมส่งออก โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมอาหารและสิ่งทอ ที่มีไม่เพียงพอและทำให้ผู้ส่งออกไม่สามารถที่จะขยายปริมาณการส่งออกได้ รวมทั้งการเข้ามาช่วยในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพและค่าเงิน บาทไม่แข็งค่าจนกระทบกับการส่งออก







