
ตั้งกองทุนร่วมหุ้นเอสเอ็มอี2หมื่นล.
ครม.อนุมัติตั้งกองทุนช่วยเอสเอ็มอีหมื่นล้านบาท
ครม.อนุมัติตั้งกองทุนช่วยเอสเอ็มอีหมื่นล้านบาท
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุน (Venture Capital) ในกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงินกองทุน 1-2.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นรัฐบาลจัดสรรเงินสมทบกองทุนประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อเข้าไปร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพกลุ่มต่างๆ เช่น ภาคเกษตร อุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยกองทุนอาจเข้าร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีประมาณ 10-50% เพื่อให้เอกชนมีทุนในการขยายกิจการ จากเดิมที่รัฐบาลหาแหล่งทุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ หรือค้ำประกันเงินกู้ให้เท่านั้น
นอกจากนี้ ในเบื้องต้นการจะมีการตั้งคณะกรรมการมาดูแลแบบมืออาชีพคล้ายกับโครงสร้างของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แต่ต้องเลือกกิจการที่ดีจริงๆ คาดใช้อาคารของเอสเอ็มอีแบงก์ เพื่อใช้เป็นสำนักงานของกองทุนร่วมลงทุน โดยหลักเกณฑ์การลงทุน คณะกรรมการบริหารกองทุนที่รัฐบาลจะแต่งตั้งขึ้นมาอีกครั้งจะเป็นผู้กำหนด และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้อย่างเป็นทางการในเดือน ก.พ. 2558
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คุณสมบัติของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กองทุนร่วมลงทุนจะเข้าไปถือหุ้นด้วยนั้น จะต้องเป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการขยายธุรกิจที่จะเติบโตขึ้นเป็นธุรกิจขนาดกลาง และมีความสามารถที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะต้องเป็นเอสเอ็มอีที่มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ภูมิปัญญาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีขนาดกลางที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อประเทศ
สำหรับเงินร่วมลงทุนแรกเริ่มไม่ควรเกิน 5 ล้านบาท/ราย หรือมีสัดส่วนการลงทุนไม่น้อยกว่า 25% แต่ไม่เกิน 49% ของทุนจดทะเบียน
อย่างไรก็ตาม การกำหนดการนำเงินในกองทุนไปลงทุนเป็นอำนาจของคณะกรรมการจำนวน 2 ชุดที่จะตั้งขึ้น ได้แก่ คณะกรรมการการลงทุนของกองทรัสต์ และคณะกรรมการผู้ให้คำปรึกษาวิสาหกิจร่วมทุน สำหรับแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมหรือประเภทกิจการที่เกี่ยวข้อง โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ประกอบไปด้วยตัวแทนจากภาครัฐ (ไม่คุมเสียงขาด) ตัวแทนจากผู้ร่วมลงทุน ตัวแทนจากหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดและเข้าใจในการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลประโยชน์ที่ผู้ร่วมลงทุนจะได้รับ ได้แก่ เงินปันผลจากกองทุน ส่วนต่างกำไรที่เอสเอ็มอีบางรายในกองทุนได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ กำไรส่วนเกินจากการที่เจ้าของเดิมของเอสเอ็มอีเดิมซื้อหุ้นคืน และมูลค่าเพิ่มขึ้นของกองทุนเมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์







