
ข่าวเชิงรุก
ท่ามกลางความอ่อนไหวของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศ กอปรกับเทคโนโลยีข่าวสารที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ
ท่ามกลางความอ่อนไหวของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศ กอปรกับเทคโนโลยีข่าวสารที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ
บนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วรุนแรงดังกล่าว รัฐบาลก็ควรมีกลไกหรือเครื่องมือที่พร้อมจะจัดการหรือรับมือกับข่าวต่างๆ เพื่อไม่ให้ปัจจัยลบสามารถมาทำลายความเชื่อมั่น สร้างความปั่นป่วนให้รุนแรงมากกว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
กรณีดังกล่าว ล่าสุดได้สะท้อนผ่านผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหุ้น โดยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นร่วงลงไปมากกว่า 130 จุด จากดัชนี 1,529 จุด หรือกว่า 8-9% ซึ่งข้อเท็จจริงปัจจัยของตลาดหุ้นที่ผ่านมา ทิศทางก็ไปทางขาลงอยู่แล้ว ตามปัจจัยหลักราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลดลงรุนแรงจากกว่า 90-100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงมาแกว่งตัวขาลงที่กว่า 60 เหรียญสหรัฐ เมื่อหุ้นน้ำมันที่มีสัดส่วนเกือบ 20% ของมูลค่าตลาด และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันมีสัดส่วน 40-50% ของมูลค่าตลาด เป็นไปในทิศทางขาลง ตลาดหุ้นย่อมอยู่ช่วงขาลงเช่นกัน
ดังนั้นเมื่่อเปิดตลาดหุ้นวันจันทร์ ราคาน้ำมันโลกที่ดิ่งลงแรงได้ฉุดให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมทั้งเอเชียร่วงลงทั้งหมด เมื่อตลาดหุ้นไทยเปิดก็เป็นไปในทิศทางขาลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก ติดลบลงไปหลายสิบจุด
บนความตื่นตระหนกจากปัจจัยภายนอกราคาหุ้นดิ่งลงตามราคาน้ำมันโลกดังกล่าว ได้เกิดข่าวที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกว่าเป็นข่าวลือส่งเดช ได้ถล่มให้ความตื่นตระหนกดังกล่าวส่งผลรุนแรงมากจนราคาหุ้นร่วงลงไปกว่า 100 จุด ก่อนที่ทุกอย่างจะได้สติ ดีดกลับขึ้นมาเหลือเพียงติดลบแค่ 36 จุด
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากหุ้นที่โดนทุบลงไปมากกว่า 100 จุด ก่อนที่จะกลับขึ้นมาติดลบตามข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นที่ลดลงตามราคาน้ำมันโลกดังกล่าว หากหน่วยงานรัฐเข้ามาจัดการกับปัญหาอย่างทันเวลา ทันสถานการณ์ มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อสกัดข่าวลือส่งเดชปัญหาหุ้นที่ตกดิ่งมากกว่า 100 จุดก็คงไม่เกิดขึ้่น
ปัญหานี้ไม่ใช่เกิดแค่ในตลาดหุ้น การฉวยประโยชน์จากข่าวลือ ข่าวกุขึ้นมาตามโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ เพื่อความได้เปรียบทางการเมือง รวมไปถึงสร้างผลเสียหายกับสถาบัน สิ่งนี้กำลังเกิดมากขึ้น หนักขึ้น อย่างไม่เคยเกิดมาก่อนอีกครั้ง
รัฐบาลจะมาบอกแค่ ต่างชาติก็ตก เป็นเรื่องสถานการณ์ภายนอกของโลก ซีกโลกตะวันตกมีปัญหาการเมือง การสู้รบ หุ้นมันมีขึ้นมีลง ได้กำไรกันเยอะ ก็ต้องเจ็บตัวบ้าง ถ้าเรื่องนี้มันขึ้นลงปกติ เกิดจากการเก็งกำไร เกิดจากความโลภ สิ่งนี้นักลงทุนก็ต้องรับผิดชอบไป แต่เรื่องนี้มันเกิดจากเรื่องไม่ปกติ อาศัยความเสี่ยงของประเทศไปสร้างวิกฤตเพื่อหาประโยชน์ ดังนั้นบนภาวะวิกฤตเช่นนี้รัฐบาลคงต้องบริหารการข่าว
เชิงรุก ซึ่งทหารต่างทราบเรื่องนี้และมียุทธวิธีพร้อมอยู่แล้ว เหลือก็แค่ปฏิบัติเท่านั้น







