
"บิ๊กตู่"กำชับเดินหน้าสร้างความเข้าใจต่อสังคม
หัวหน้า คสช. กำชับทุกภาคส่วนเดินหน้าสร้างความเข้าใจต่อสังคม ใช้กระบวนการยุติธรรมต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ย้ำป้องปรามทุจริตโครงการก่อสร้างภาครัฐ เสนอ 6 แนวทางวางกลยุทธ์ลดค่าครองชีพ
หัวหน้า คสช. กำชับทุกภาคส่วนเดินหน้าสร้างความเข้าใจต่อสังคม ใช้กระบวนการยุติธรรมต่อผู้กระทำผิดกฎหมาย ย้ำป้องปรามทุจริตโครงการก่อสร้างภาครัฐ เสนอ 6 แนวทางวางกลยุทธ์ลดค่าครองชีพ
พันเอกวินธัย สุวารี โฆษก คสช. เปิดเผยผลการประชุมร่วม คณะรัฐมนตรี(ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ หัวหน้า คสช. ได้กำชับแนวทางในการทำงานของทุกส่วนในหลายเรื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคง
ที่สำคัญ คือ
1. การดำเนินการต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ทั้งผู้ที่อยู่ในประเทศ และต่างประเทศ ให้ส่วนที่เกี่ยวข้องใช้ช่องทางที่เหมาะสมในการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบว่ากำลังทำผิดกฎหมายในเรื่องใด พร้อมเปิดช่องทางให้กลับมาเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม
2. ให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเดินหน้าสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับกลุ่มที่ยังไม่เข้าใจและมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ในเรื่องการแก้ไขปัญหาและการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะนักศึกษา โดยให้พิจารณาวิธีการที่เหมาะสมและไม่ทำให้เกิดความรู้สึกในเชิงลบต่อกัน
3. สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างและโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวังไม่ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น ทั้งในส่วนของภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อให้สังคมเกิดความมั่นใจในการดำเนินงานของรัฐบาล
นอกจากนี้ ในการประชุมร่วม คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในวันนี้ คสช. ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงผลการบริหารราชการแผ่นดินและการผลักดันนโยบายคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเจตนารมณ์และแผนงานที่กำหนดไว้
โดย คสช. ได้ดำเนินการในทุกมิติต่อเนื่อง เน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่จะส่งผลต่อความมั่นคงของรัฐ เช่น ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำความเป็นธรรมทางสังคม และสร้างสภาพแวดล้อมของประเทศให้มีความปลอดภัย
โดยมีผลการดำเนินการที่ผ่านมา ดังนี้
1. การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการดำเนินงานใน 3 ส่วน คือ จัดกิจกรรมและโครงการเฉลิมพระเกียรติ, กิจกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินการต่อผู้ที่กระทำไม่เหมาะสมกับสถาบันหลักของชาติ
2. ปัญหาความยากจน ได้น้อมนำแนวพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเน้น การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประชาชน มีผู้ได้รับการบรรจุงานแล้ว 37,000 คน, การแก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของประชาชน โดยให้เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณะ 402,000 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 89,235 ครัวเรือน และได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเชิงรุก ทั้งด้านการจัดหาและฟื้นฟูแหล่งน้ำ
3. ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความเป็นธรรมในสังคม ได้สร้างความเท่าเทียมและความเป็นธรรมด้วยการรักษากฎหมาย และให้การบริการประชาชน เช่น การจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว
4. การสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้บูรณาการกำลังทหาร ตำรวจฝ่ายปกครอง และภาคประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้กับประชาชน รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมอาชญากรรม และการจัดระเบียบสังคม ได้แก่ การจัดชุดตรวจสถานประกอบการ, ติดตั้งระบบส่องสว่าง 180,000 จุด และกล้องวงจรปิด 30,000 จุด ตามจุดเสี่ยงในพื้นที่ 50 จังหวัด เพื่อป้องปรามอาชญากรรม, ฝึกซ้อมการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและผู้ประสบภัยทางทะเลและพื้นที่ป่าเขา มีการบูรณาการกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร สกัดกั้นลักลอบ
ค้ายาเสพติด การลักลอบหลบหนีเข้าเมือง และการทำลายป่า รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอาสาสมัครภาคประชาชนใน จชต. และเร่งรัดสอบสวนคดีสำคัญที่มีผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
5. การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ที่ดีให้กับประชาชน โดยบูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง ตรวจสอบการครอบครองพื้นที่ป่าไม้ และดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, จัดทำโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ, โครงการผืนป่าอาเซียน, จัดระเบียบทางเท้าใน กทม., การแก้ไขปัญหาขยะตาม roadmapของรัฐบาล
6. การจัดระเบียบการให้บริการขนส่งสาธารณะรับจ้างของ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ได้จัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในระยะเร่งด่วน โดยการทำป้ายราคา ติดตั้งสายด่วน ปรับจุดจอดให้เป็นระเบียบ ออกใบรับรองวิน ส่วนในระยะยาวจะแก้ไขผลกระทบทุกด้านอย่างยั่งยืนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยดำเนินการจดทะเบียนให้เรียบร้อย
นอกจากนี้ได้จัดระเบียบรถแท็กซี่ และการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะ ให้ความสำคัญ 3 เรื่อง คือ ความปลอดภัย การจราจร และกำจัดผู้มีอิทธิพล รวมทั้งการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในเรื่องการเดินรถ การควบคุมรถตู้ สนับสนุนการใช้รถมินิบัสแทนการใช้รถตู้
การประชุมในวันนี้ คสช. ได้มีข้อเสนอแนะให้กับคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการจำนวน 6 เรื่อง ดังนี้
1. การวางกลยุทธ์การทำงานของรัฐบาลจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยที่ผ่านมาประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ ข้าวของราคาแพง การทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาทางด้านสังคม ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม ปัญหาความแตกแยกในสังคม ปัญหา จชต. และ ด้านการศึกษา
โดย คสช. ได้เสนอการวางกลยุทธ์ในการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างเร่งด่วนใน 4 เรื่อง คือ ด้านเศรษฐกิจ เน้นค่าครองชีพ และราคาพืชผลทางการเกษตร, การแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นอย่างชัดเจน, การปราบปรามการค้ายาเสพติดและลดปัญหาอาชญากรรม และการจัดระเบียบสังคม ซึ่งในทุกการดำเนินงานเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ควรมีตัวชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรม และมีการพัฒนาที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนขึ้นในอนาคต และการประชาสัมพันธ์ถึงการทำงานของรัฐบาลให้ประชาชนรับรู้ เป็นจริง ไม่ปิดบัง เข้าใจง่ายในหลายช่องทางอย่างต่อเนื่อง
2. มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนระยะเร่งด่วน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหามาตรการร่วมกัน ในการลดค่าครองชีพภาคครัวเรือน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยที่เช่าอาศัยในอาคารชุดหรือห้องเช่า, เร่งรัดการจัดตลาดนัดชุมชนจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดอย่างทั่วถึง โดยแสวงหาความร่วมมือจากภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม
3. การแก้ปัญหาคนขอทาน เสนอให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักหารือร่วมกับส่วนราชการอื่น ๆ กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาขอทานแบบยั่งยืนและเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ต้นเหตุถึงปลายเหตุ นอกเหนือจากการจัดระเบียบขอทานที่ได้ดำเนินการมาแล้ว
4. การแก้ไขปัญหาการร้องทุกข์ของประชาชน เสนอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดศูนย์ดำรงธรรม พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาการร้องทุกข์ของประชาชน ให้เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนเหมาะสม เช่น การวางระดับของการแก้ปัญหา และเครือข่ายการสื่อสารต่อกระบวนการแก้ปัญหา รวมทั้งต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วยในทุกช่องทาง
5. การแก้ปัญหาความขัดแย้งของมูลนิธิ/อาสาสมัครกู้ภัย ที่เกิดปัญหาในหลายด้าน อาทิ ผลประโยชน์ ระบบการควบคุม การแอบอ้างชื่อมูลนิธิไปกระทำผิดกฎหมาย โดยเสนอแนวทางการแก้ไขในภาพรวม โดยกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตรวจสอบการประกอบกิจการของมูลนิธิให้ถูกกฎหมาย รวมทั้งการรับสมัครของอาสาสมัครอย่างถูกต้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำกับดูแลการปฏิบัติงานของอาสาสมัครหรือมูลนิธิ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงมหาดไทย อบรมให้ความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ อย่างถูกวิธี มีใบรับรอง และมีการประเมินผล
6. การแก้ไขปัญหาคลองแสนแสบ เพื่อเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาน้ำเสียในแม่น้ำลำคลอง จึงเสนอแนวทางแก้ปัญหาในภาพรวม โดยให้ดำเนินการปรับปรุงทัศนียภาพฝั่งคลอง ให้มีความสวยงาม การให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องปัญหามลพิษทางน้ำกับชุมชนและสถานประกอบการ, การนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย, ดำเนินมาตรการประชาสัมพันธ์ และรณณรงค์เรื่องปัญหามลพิษ เป็นต้น
ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะของ คสช. เหล่านี้มุ่งหวัง เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และ คสช. ที่มุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับประชาชน รวมทั้ง ให้เป็นไปตาม Roadmap ที่กำหนด โดยมีเป้าหมายเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และการเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป







