posttoday
คุณภาพการศึกษา

คุณภาพการศึกษา

15 ธันวาคม 2557

สถานะทางการเงินของรัฐบาลที่กระเป๋าแฟบ เนื่องจากมีช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษี รวมถึงมีการหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า จึงหาแนวทางในการหารายได้เพิ่ม เพื่อนำงบประมาณมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินให้ราบรื่น

สถานะทางการเงินของรัฐบาลที่กระเป๋าแฟบ เนื่องจากมีช่องโหว่ในการจัดเก็บภาษี รวมถึงมีการหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า จึงหาแนวทางในการหารายได้เพิ่ม เพื่อนำงบประมาณมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดินให้ราบรื่น

ดังนั้น คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มีการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาที่มีลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจ

อย่างไรก็ดี การจะผลักดันนโยบายนี้มาบังคับใช้ก็อาจจะเป็นดาบสองคมที่ส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองหรือโอกาสของนักเรียนเอง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าค่าใช้จ่ายในการเรียนกวดวิชานั้นค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสถาบันกวดวิชาที่ดำเนินการในรูปธุรกิจ หากครอบครัวของนักเรียนไม่มีฐานะดีพอก็เป็นเรื่องยากที่จะมีโอกาสได้เรียนกวดวิชา

แต่ ป.ป.ช.เห็นว่า โรงเรียนกวดวิชาไม่ได้ลงทุนมากนัก แต่มีผลประกอบการดี มีกำไรสูง ดังนั้นให้กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปกำหนดแนวทางในการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาที่ดำเนินการในลักษณะธุรกิจมานำเสนอ ครม.ภายใน 30 วัน อีกครั้ง

ทั้งนี้ ในอีกมุมหนึ่งผลการวิจัยเมื่อปี 2553 ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ระบุว่า ธุรกิจการกวดวิชามีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และมีการขยายตัวสู่ภูมิภาคมากขึ้น โดยตลาดการกวดวิชามีลักษณะดำเนินการในรูปของธุรกิจมากขึ้น และสถาบันกวดวิชาที่มีขนาดใหญ่ มีอัตรากำไรสูงถึงร้อยละ 40-50 มีค่าเรียนกวดวิชาเฉลี่ยต่อหลักสูตรอยู่ที่ 3,000-5,500 บาท ภายใน 1 ปี นักเรียนต้องกวดวิชาเฉลี่ยคนละ 5 หลักสูตร

ผลการศึกษายังพบว่า หากมีการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ค่าเรียนกวดวิชาสูงขึ้น และเห็นว่ารายได้จากภาษีจะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่ผลเสียจะทำให้ค่าเรียนกวดวิชาสูงขึ้น และภาระภาษีจะไปตกอยู่กับผู้ปกครองหรือนักเรียน

งานวิจัยชิ้นนี้เสนอให้มีการกำกับดูแลเพดานค่าเล่าเรียนของสถาบันกวดวิชาไม่ให้มีการค้ากำไรเกินควร และควรตรวจสอบมาตรฐานของโรงเรียนกวดวิชาให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน

จากข้อมูลเบื้องต้นแม้จะมีความเห็นขัดแย้งกันอยู่ แต่สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการควบคู่กันเพื่อแก้ปัญหาในภาพรวมก็คือ การสร้างความเป็นธรรมด้านการศึกษาด้วยการกระจายโอกาสการเข้าถึงบริการการศึกษาที่ดี มีคุณภาพและทั่วถึง

โอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดีไม่ควรเป็นเรื่องความสามารถของผู้ปกครอง แต่ควรยกระดับการศึกษาในห้องเรียน พร้อมๆ กับทำทำลายค่านิยมการศึกษาที่ยึดติดแค่ตัวสถาบัน จนมีการเรียกรับประโยชน์ของผู้บริหารโรงเรียน

ท้ายสุดยิ่งถ่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากยิ่งขึ้น แต่ผลักให้ผู้ขาดโอกาสมีทางเลือกตามยถากรรม

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่