posttoday
สปช.เริ่มถกข้อเสนอ18กมธ.

สปช.เริ่มถกข้อเสนอ18กมธ.

15 ธันวาคม 2557

สปช.​เริ่มถก ข้อเสนอ 18 คณะกมธ. เตรียมเสนอกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญวันแรก กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค ดัน บทเฉพาะกาลตั้งองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค

สปช.​เริ่มถก ข้อเสนอ 18 คณะกมธ. เตรียมเสนอกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญวันแรก  กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค  ดัน บทเฉพาะกาลตั้งองค์กรอิสระคุ้มครองผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องสรุปความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการยกร่างรัฐธรรมนูญของคณะกมธ.วิสามัญประจำสภา 18 คณะ  ซึ่งคณะกมธ.วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ เป็นวันแรก โดยการประชุมดังกล่าวนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. คนที่1 ฐานะประธานกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้นำคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอและความเห็นของสปช.ด้วย

ทั้งนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช.​ได้ชี้แจงขั้นตอน​การพิจารณาจะเริ่มต้นจากให้นายไพโรจน์ พรหมสาส์น  ประธานคณะกมธ.วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำเสนอประเด็นข้อเสนอและความเห็นของสปช. ในภาพรวม จำนวน 30 นาที ต่อจากนั้นให้ประธานคณะกมธ.ปฏิรูปตามลำดับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสปช.  (วิปสปช.) กำหนดแถลงข้อเสนอแนะ จำนวน 20 นาทีและสรุปไม่เกิน 10 นาที รวมเวลาไม่เกิน 30 นาที จากนั้นให้สมาชิกสปช. ที่แจ้งความจำนงขออภิปรายแต่ละประเด็น ที่กำหนดให้ไม่เกินคนละ 2 คณะ โดยเมื่อขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จตนจะขอมติจากที่ประชุมสปช. ว่าจะส่งความเห็นทั้งหมดต่อกมธ.กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

นายไพโรจน์ ​รายงานว่ากมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะมีประเด็นที่นำเสนอ รวม 246 เรื่อง เมื่อจำแนกตามโครงร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่นำเสนอมากที่สุด คือ 133 ประเด็นโดยอยู่ในส่วนของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ จำนวน 82 เรื่อง รองลงมาคือการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่น จำนวน 16 เรื่อง ขณะที่หมวดว่าด้วยประชาชนซึ่งจัดอยู่ในภาคที่1 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์และประชาชน มีประเด็นที่นำเสนอ 43 เรื่อง ขณะที่นภาคที่4 ว่าด้วยการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองนำเสนอประเด็นทั้งสิ้น 35 ประเด็น โดยจัดอยู่ในส่วนของการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างความปรองดองมากที่สุด รวม 33 เรื่อง และการสร้างความปรองดองมีอยู่ 2 เรื่อง 

นอกจากนี้ ส่วนภาคที่ 3 ด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีประเด็นนำเสนอทั้งสิ้น 33 เรื่อง นอกจากนั้นยังมีประเด็นเสนอในบททั่วไปที่เสนอโดยคณะกมธ.ปฏิรูปสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส มีรายละเอียดระบุว่า ให้รัฐธรรมนูญมีขอบเขตการคุ้มครองใน 4 ส่วนสำคัญ คือ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลตามพันธกรณีระหว่างประเทศ การยอมรับนับถือตามกฎหมาย, ประชาชนที่อาศัยในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีชาติพันธุ์ สัญชาติหรือศาสนาใด และ คนสัญชาติไทยที่อาศัยอยู่ในหรือนอกประเทศไทย

นายไพโรจน์ กล่าวด้วยว่ามีข้อเสนอในส่วนบทเฉพาะกาล นำเสนอโดยคณะกมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค มีสาระสำคัญ ว่า “ในวาระเริ่มแรกให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการแผ่นดินภายหลังการเลือกตั้งทั่วไป ตามรัฐธรรมนูญ ให้จัดทำกฎหมายเพื่อตั้งองค์การคุ้มครองผู้บริโภคต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่แกลนโยบายต่อรัฐสภา และรัฐสภาต้องพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวให้แล้วเสร็จายใน 1 ปีนับตั้งแต่มีการเสนอ หากรัฐบาลหรือรัฐบาลดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามระยะเวลาดังกล่าวต้องชี้แจงเหตผลต่อสาธารณชนหรือรัฐสภา และระยะเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ"

จากนั้น น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ​ในฐานะ ประธานกรรมาธิการคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สภาปฏิรูปแห่งชาติ​ (สปช.)  กล่าวว่า  ควรจัดให้มีองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ต่อภาครัฐ กำหนดกติกาเป็นธรรมลดการฟ้องคดีไม่จำเป็นจากประชาชน แทนที่การทำกติกาต่างๆ ให้เป็นธรรมผู้บริโภคมากขึ้น  หากทำไม่แล้วเสร็จภายใน 1 ปี  ต้องชี้แจงต่อสธารณะชน ​และเวลาที่คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ​ ในการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ผ่านมาของภาคประชาชนมีปัญหามาก ดังนั้น ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ต้องกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน และกำหนดขั้นตอนไว้ในข้อบังคับการประชุมสภา รวมทั้ง ให้มีสัดส่วนตัวแทนประชาชนผู้เสนอกฎหมายไม่น้อยกว่า 1 ใ น 3 เข้าไปมีส่วนร่วมในกรรมาธิการของแต่ละสภา

นายชูชาติ อินสว่าง สปช.จังหวัดสุพรรณบุรี อภิปรายว่า องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นองค์กรที่ขึ้นอยู่กับรัฐเช่น องค์การอาหารและยา (อย.) กสทช. กรมการค้าภายใน เป็นต้นซึ่งไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง อีกทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคไม่มีความปลอดภัยและไม่มีคุณภาพ จึงเสนอขอให้มีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

นายบวรศักดิ์​ อุวรรณโณ ลุกขึ้นอภิปรายว่า ​ มีข้อสังเกตว่าในรายงานหน้า 376 กมธ. เสนอว่า ให้ครม.หลังการเลือกตั้งเร่งจัดทำกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค นั้น  เห็นว่าไม่ควรรอให้ครม.หลังการเลือกตั้งเป็นผู้จัดทำ เพราะกมธ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ มีเวลา 1 ปี  ควรจัดทำและ เสนอครม.​ ​และ สนช.​ไม่น่าหวังให้คนอื่นทำ ถ้าทำอย่างนั้นได้ การปฏิรูปก็จะสมความมุ่งหวัง

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน