
แล้งจัดข้าวนาปรังอุตรดิตถ์ยืนต้นตาย
อุตรดิตถ์-ข้าวนาปรังเมืองลับแลยืนต้นตายจำนวนมาก หลังชลประทานหยุดสูบน้ำให้ชาวนา
อุตรดิตถ์-ข้าวนาปรังเมืองลับแลยืนต้นตายจำนวนมาก หลังชลประทานหยุดสูบน้ำให้ชาวนา
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายนราวัฒน์ สร้อยสุวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านเกาะตาเพชร หมู่ 3 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ชาวนาในพื้นที่ ต.ไผ่ล้อม ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล ต.วังกะพี้ ต.บ้านเกาะ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ร่วมกันบริจาคเงินได้ราว 250,000 บาทเศษ เพื่อซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเติมเครื่องสูบน้ำของชลประทานอุตรดิตถ์จำนวน 2 เครื่อง ทำการสูบน้ำไปใส่นาข้าวปรัง ของเกษตรกรที่กำลังทำการเพาะปลูก 4 ตำบลราว 10,000 ไร่ แต่ต่อมากรมชลประทานสั่งห้ามชลประทานอุตรดิตถ์สูบน้ำจากแม่น้ำน่านไปใส่นาข้าวอีก เนื่องจากน้ำในเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้อย
“หลังจากหยุดสูบน้ำเกษตรกร 4 ตำบลได้เข้าพบนายสมชัย กมลเทพเทวินทร์ รองผวจ.อุตรดิตถ์ เพื่อเจรจาขอให้กรมชลประทานอนุญาตให้สูบน้ำจากแม่น้ำน่านใส่นาข้าวที่กำลังตั้งท้องซึ่งกรมชลประทานยินยอมสูบน้ำได้จนถึงสิ้นปีนี้ แต่เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมาชลประทานอุตรดิตถ์หยุดสูบน้ำทำให้นาข้าวกำลังยืนต้นแห้งตายแล้ว จะนำแกนนำไปเจรจากับชลประทานและจังหวัดอีกครั้ง หากไม่สูบน้ำมาช่วยเหลือนาข้าวของเกษตรกร จะยกขบวนเกษตรกรมาปิดศาลากลาง ซึ่งทางทหารคงเข้าใจในความเดือดร้อนของชาวนา ไม่ได้มาชุมนุมเพื่อต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือทางการเมืองแต่อย่างใด”นายนราวัฒน์ กล่าว







