posttoday
DSI-ปปส.จับแก๊งค้ายารายใหญ่ยึดไอซ์16ล้าน

DSI-ปปส.จับแก๊งค้ายารายใหญ่ยึดไอซ์16ล้าน

14 ธันวาคม 2557

ดีเอสไอ-ศรภ.-ป.ป.ส.จับเครือข่ายใหญ่ค้ายาเสพติดในเรือนจำ ได้ไอซ์มูลค่า 16 ล้านบาท สอบขยายผลหลังพบเชื่อมโยงชนกลุ่มน้อย

ดีเอสไอ-ศรภ.-ป.ป.ส.จับเครือข่ายใหญ่ค้ายาเสพติดในเรือนจำ ได้ไอซ์มูลค่า 16 ล้านบาท สอบขยายผลหลังพบเชื่อมโยงชนกลุ่มน้อย

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.พ.ต.อ.ดุษฎี  อารยะวุฒิ  รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะฝ่ายอำนวยการที่รับผิดชอบการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมพิเศษพร้อมด้วยนางสุวณา  สุวรรณจูฑะ   อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาเสพติด 4 ราย โดยมีนายยุทธ  จันแก้ว  อายุ 60 ปี , นายศักยศรณ์  บุญทรัพย์ทวีกุล หรือ นายประดิษฐ์  จันแปงเงิน อายุ 57 ปี , นายเพ็ชร  มังคลาด อายุ 60 ปีและ นายวิชิต  เทพอำ  อายุ 31 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ เครื่องหมายการค้า SHENGTAICHA น้ำหนัก 20 กิโลกรัม  มูลค่าซื้อ 16 ล้านบาท รถยนต์ 4 คัน โทรศัพท์มือถือ7 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่โรงแรมและห้างสรรพสินค้าย่านรัชดาภิเษก และห้างสรรพสินค้าย่านราชพฤกษ์  จ.นนทบุรี

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า นายยุทธและนายศักยศรณ์ ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเคยต้องโทษคดีค้าเฮโรอีนมาก่อน  ภายหลังออกจากเรือนจำก็กลับมาค้ายาเสพติดอีก มีการติดต่อกับเครือข่ายค้ายาเสพติดในเรือนจำ ซึ่งจากการขยายผลสืบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายใหญ่ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ  พื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีทั้งชนกลุ่มน้อยและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งต้องสืบสวนหาตัวการใหญ่ จากการนำผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพัก 3 จุดในเขตอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายและบ้านพักในกทม.อีก 2 จุดพบว่ามีโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องและมีการแบ่งแยกการบรรจุยาไอซ์เพื่อส่งออก ซึ่งต้องใช้วิทยาการสมัยใหม่ตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง โดยมอบหมายให้นิติวิทยาศาสตร์เป็นผู้รับผิดชอบตรวจเก็บดีเอ็นเอไว้เพื่อขยายผล แม้จะมีหลักฐานที่ชัดเจนในการออกหมายจับแล้วแต่ก็ต้องเก็บลายนิ้วมือแฝงในรถยนต์และหลักฐานต่างๆเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์ตัวบุคคล

พ.ต.อ.ดุษฎียังกล่าวอีกว่าจะเสนอให้อธิบดีดีเอสไอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษและจะเสนอเข้าที่ประชุมคดีพิเศษ รวมถึงจะขอโอนสำนวนจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ส่วนข้อมูลเรื่องแหล่งกระจายยา และผู้ต้องหาเรือนจำใดที่เกี่ยวข้องบ้างขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ แต่จากการตรวจสอบซิมโทรศัพท์มือถือพบว่ามีการติดต่อกันระหว่างกลุ่มผู้ค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้เครือข่ายดังกล่าวจะลักลอบนำยาไอซ์เข้ามาขายในกรุงเทพฯครั้งละประมาณ 100-200 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 800,000 บาทและขายอย่างต่ำ 20 กิโลกรัมขึ้น

นายศิรินทร์ยา  สิทธิชัย  ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.)กล่าวว่าจากการสืบสวนขยายผลสามารถอายัดทรัพย์ของผู้ต้องหาเพิ่มเติมที่อำเภอเชียงแสน  จังหวัดเชียงราย เป็นบ้านพร้อมที่ดิน 2 แปลง 26 ไร่  รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน บัญชีเงินฝาก 27 บัญชีซึ่งต้องอายัดไว้ก่อนหลังจากนี้จะขยายผลว่าเป็นขบวนการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดนอกประเทศกลุ่มใดบ้างเพื่อเตรียมยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน