
ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วน
ท่านทั้งหลายคงจะได้ยินถึงเรื่องการนำเสนอถึงระบบการเลือกตั้งต่างๆ หลายรูปแบบ
ท่านทั้งหลายคงจะได้ยินถึงเรื่องการนำเสนอถึงระบบการเลือกตั้งต่างๆ หลายรูปแบบ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ นี้อาจจะได้ฟังถึงเนื้อหาสาระของระบบการเลือกตั้งที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมัน” ซึ่งหลายท่านก็อาจจะทราบดีอยู่แล้ว ว่าระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมันนั้นเป็นอย่างไร หลายท่านอาจจะทราบพอเลาๆ แต่ก็คงจะมีท่านที่ยังสงสัยอยู่ว่าระบบเช่นว่านั้นเป็นอย่างไร
อันที่จริง อันว่าระบบการเลือกตั้งแบบเยอรมันนั้น เป็นชื่อเหมือนชื่อเล่น เนื่องจากระบบที่ว่านั้นค่อนข้างจะปรากฏโดดเด่นในประเทศเยอรมนี และเมื่อมีการเอ่ยถึงระบบดังกล่าว ก็จะมีการยกตัวอย่างประเทศเยอรมนีขึ้นมาอธิบาย เลยเรียกกันติดปากว่า “ระบบเยอรมัน” ซึ่งโดยชื่อที่เรียกกันเป็นทางการระบบดังกล่าว ชื่อ ระบบสัดส่วนแบบผสม (Mixed Member Proportional – MMP) ซึ่งความสำคัญอยู่ที่มีความเป็นระบบสัดส่วน (Proportional Representation – PR) นี่เอง
โดยรวมแล้วระบบการเลือกตั้งตัวแทนแบบสัดส่วน ไม่ได้มีระบบสัดส่วนแบบผสมเสียทีเดียว เนื่องจากระบบสัดส่วนแบบผสมนั้นจะเป็นระบบที่มีการคำนวณร่วมกันระหว่างระบบเขตกับระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นระบบเฉพาะของการเอาระบบเขตกับระบบบัญชีรายชื่อมาผสมกัน ทั้งนี้ระบบสัดส่วนนั้นมีหลายรูปแบบ แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีหลักอยู่สองแบบ คือ ระบบสัดส่วนแบบบัญชีรายชื่อ (List Proportional Representation – LPR) กับระบบเขต ซึ่งก็มีหลายรูปแบบ โดยรูปแบบหนึ่งเรียกว่า ระบบคะแนนเสียงเดียวโอนได้ (Single Transferable Vote – STV) ซึ่งเป็นระบบที่ต้องใช้การเลือกตั้งในเขตแบบเขตเดียวหลายเบอร์ ซึ่งต้องมีการเลือกลำดับของผู้สมัครร่วมไปด้วย ดังนั้นระบบนี้จึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าระบบการลงคะแนนตามลำดับความชอบ (Preferential Vote – PV)
ถ้าจะว่ากันไปแล้ว โดยหลักวิชาการระบบการเลือกตั้งถ้าจะให้ดีที่สุด ดังที่ได้เคยกล่าวไปเมื่อคราวที่แล้ว คือ การทำให้คะแนนเสียงทุกคะแนนเสียง ไม่มีการตกหล่น ได้ถูกนำมาคำนวณ และสามารถเห็นผลการคำนวณชัดเจนว่า คะแนนของผู้เลือกไปอยู่ที่ใด เช่นนี้ประชาชนทุกคนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็จะเห็นว่าคะแนนเสียงของตนเองไปอยู่ที่ไหน อย่างไร และถ้าวางกลไกได้สมบูรณ์ ผู้ที่ไม่ได้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ในฐานะที่เป็นประชาชนของประเทศเช่นเดียวกัน ก็จะถูกคำนวณร่วมไปด้วย ทำให้คำว่า “เสียงข้างมาก” เป็นเสียงข้างมากของคนทั้งประเทศจริงๆ
ถ้าพิจารณาระบบสัดส่วนแบบง่ายๆ คือ การประมวลผลส่วนแบ่งคะแนนเสียงของพรรค ให้เป็นสัดส่วนที่สอดคล้องกับจำนวนที่นั่งในองค์กรนิติบัญญัติ หรือสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระบบผู้ชนะได้ไปหมด หรือคะแนนนำกำชัย (First Past the Post – FPTP) ที่คะแนนเสียงของคนที่ได้ที่หนึ่งในเขตเท่านั้นที่จะถือว่ามีผลอย่างแท้จริง เนื่องจากคะแนนของที่สองไปจนถึงที่สุดท้าย ก็จะหายไปเลย แต่ระบบสัดส่วนนั้นจะนำคะแนนที่มีการเลือกทั้งหมดมาคำนวณ และทุกคะแนนจะถือว่ามีผลอย่างแท้จริง ดังนั้นการใช้ระบบสัดส่วนจึงต้องเป็นระบบเขตแบบเลือกได้หลายคน หรือระบบบัญชีรายชื่อ มิเช่นนั้นก็จะไม่มีพื้นที่ให้เกลี่ยคะแนนของผู้ที่ได้คะแนนอันดับสองลงไปเรื่อย
พอเห็นเป็นสังเขปนะครับ วาระต่อๆ ไปจะได้คุยเรื่องข้อดี-ข้อเสีย รายละเอียด และระบบการเลือกตั้งแบบอื่นๆ กัน n







