
ขุมทรัพย์กับความเสียงใต้ทะเล
ปีนี้บรรยากาศการฉลองวันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย. ไม่สดใสมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังประสบปัญหาน้ำมันรั่วในทะเลครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
ปัญหาดังกล่าว เกิดจากแท่นขุดเจาะน้ำมันของ บริษัท บริติช ปิโตรเลียม หรือ บีพี ในอ่าวเม็กซิโกระเบิดเมื่อวันที่ 20 เม.ย. และจมทะเลหลังจากไฟลุกไหม้อยู่เกือบ 2 วัน มีคนตาย11 คน
ที่เลวร้ายไม่แพ้กันคือ น้ำมันดิบได้รั่วออกมาจากบ่อที่ก้นอ่าวในปริมาณมหาศาล คราบน้ำมันบนผิวน้ำแผ่กระจายเป็นวงกว้างนับร้อยไมล์ และเริ่มถูกซัดเข้าฝั่ง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการประมง การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศน์ ตลอดจนชีวิตสัตว์ปีกและสัตว์น้ำบริเวณนั้น
ก่อนหน้านั้น สถิติอุบัติเหตุน้ำมันรั่วในทะเลครั้งร้ายแรงที่สุดของสหรัฐเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1989 เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันเอ็กซ์ซอน วาลเดซ อับปางในอ่าวอะแลสกา มีน้ำมันรั่วลงทะเลทั้งหมดประมาณ 40 ล้านลิตร ใช้เวลาเก็บกวาดและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม 10 ปี โดยเอ็กซ์ซอนควักกระเป๋าจ่ายไป 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และเสียค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับคดีความต่างหากอีก 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งยังเหลือที่ต้องอุทธรณ์ฎีกากันอยู่ในศาลจนถึงทุกวันนี้
สำหรับอุบัติเหตุครั้งล่าสุดนี้ ปริมาณน้ำมันที่รั่วออกมาแล้วยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แต่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 100 ล้านลิตรแล้ว และเป็นไปได้ที่จะมากกว่านี้หลายเท่า บีพีใช้เงินไปแล้ว 1,250 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่กระบวนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและคดีความต่างๆ ยังไม่ทันจะเริ่มต้นด้วยซ้ำ
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดในทะเลลึก 1.5 กิโลเมตร แท่นขุดเจาะเป็นแท่นลอย ไม่ได้ยึดติดกับพื้นทะเล ซึ่งเป็นเทคนิคค่อนข้างใหม่และสลับซับซ้อน ต้องใช้โรบอตแทนคนในการทำงานหลายด้าน
หลังอุบัติเหตุ ความพยายามในการอุดรูรั่วด้วยวิธีการต่างๆ ล้มเหลวมาโดยตลอด เพิ่งมาเริ่มได้ผลช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง โดยการใช้เลื่อยไฟฟ้าตัดท่อบริเวณใกล้ปากหลุม แล้วเอาปากท่อชั่วคราวรวมครอบลงไปเพื่อให้น้ำมันส่วนใหญ่ไหลตามท่อชั่วคราวขึ้นมาเก็บในเรือบรรทุกน้ำมันที่จอดรออยู่ ส่วนการปิดหลุมให้สนิทคงต้องรออีกประมาณ 2 เดือน ให้หลุมใหม่ 2 หลุมที่กำลังเจาะในพื้นที่ข้างเคียงลงไปบรรจบหลุมเดิม เพื่อที่จะได้อัดโคลนและคอนกรีตลงไปอุดตั้งแต่ยังอยู่ในชั้นหิน
อุบัติเหตุครั้งนี้มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบในวงกว้าง ในทางธุรกิจบีพีคงจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและคดีความไปอีกนาน โดยยังไม่มีใครทราบว่าจะรวมกันเป็นเงินทั้งหมดเท่าไร ราคาหุ้นบีพีตกลงแล้วเกือบ 40% ผู้ถือหุ้นสูญเสียจากราคาตลาดแล้วกว่า 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 2 ล้านล้านบาท
ในทางกฎหมาย หลังจากสถานการณ์เฉพาะหน้าสงบลง คงจะมีการปฏิรูปและออกกฎหมายตลอดจนกฎระเบียบต่างๆ ออกมามากมาย ทั้งทางด้านการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันในทะเล เรื่องความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ เรื่องความปลอดภัย เรื่องสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ
แม้แต่การเมืองระดับสูงก็ยังถูกกระทบ ที่ผ่านมาประธานาธิบดี บารัก โอบามา เหมือนถูกไฟลนก้น โดยถูกครหาว่ารัฐบาลเชื่องช้าเกินไปในการเข้ามาจัดการกับปัญหา ยิ่งเมื่อคราบน้ำมันมาถึงฝั่งรัฐลุยเซียนา ที่ซึ่งเมืองนิวออลีนส์ถูกไซโคลนคาทรินาถล่มเมื่อหลายปีก่อน ชาวนิวออลีนส์และชาวอเมริกันบางส่วนก็เปรียบเปรยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เป็น
“คาทรินาของโอบามา”ธุรกิจน้ำมันเป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการและผู้ลงทุนมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่ในขณะเดียวกันความเสี่ยงก็สูงตาม การขุดเจาะแต่ละหลุมใช้เงินหลายสิบหลายร้อยล้านบาท ถ้าไม่เจอน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติก็สูญเปล่า ยิ่งถ้าโชคร้ายเกิดอุบัติเหตุ มูลค่าเงินลงทุนจำนวนมหาศาลก็อาจหายวับไปกับตา
การขุดเจาะในทะเลมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ ทั้งจากปัญหาคลื่นลมที่ควบคุมและคาดเดาได้ยาก ทั้งจากปัญหาคราบน้ำมัน น้ำเสีย และสารเคมีต่างๆ ที่อาจเล็ดลอดออกไปปนเปื้อนน้ำทะเล
แต่การสำรวจและขุดเจาะในทะเลก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะพื้นที่บนบกส่วนใหญ่ก็สำรวจไปหมดแล้ว โอกาสที่จะเจอแหล่งใหญ่ๆ อีกแทบจะไม่มีแล้ว บ่อใหม่ๆ ขนาดใหญ่ที่ค้นพบมักจะอยู่ใต้ทะเล บางแห่งอยู่ในเขตทะเลลึกที่ท้าทายความสามารถของมนุษย์
อุบัติเหตุน้ำมันรั่วในทะเลครั้งนี้ ทำให้นึกถึงอุบัติเหตุคล้ายกันที่เพิ่งเกิดเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้วนี้เอง คงจำกันได้ว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลติมอร์ นอกฝั่งออสเตรเลีย ภายใต้สัมปทานของบริษัทลูกของ ปตท.สผ. เกิดระเบิด มีน้ำมันรั่วลงทะเลทั้งหมดหลายล้านลิตร และต้องใช้เวลากว่า 2 เดือนกว่าจะอุดรูรั่วสำเร็จ วิธีที่ใช้คือการเจาะหลุมใหม่ทแยงลงไปบรรจบหลุมเดิม แล้วอัดฉีดโคลนกับคอนกรีตลงไป เช่นเดียวกับที่บีพีกำลังพยายามเลียนแบบในปัจจุบัน ตามข่าวบอกว่า ต้องพยายามถึง 45 ครั้งจึงสำเร็จ และตามข่าวบอกอีกว่า ปตท.สผ. ใช้เงินไปทั้งสิ้นประมาณ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องถือว่าโชคดีแล้ว หากแรงดันในบ่อน้ำมันสูงกว่านี้ หรือการอุดรูรั่วใช้เวลามากกว่านี้ ความเสียหายก็อาจจะเพิ่มเป็นทวีคูณ
ที่ผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ไม่ใช่เพราะอยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ เพราะเรื่องนี้ถึงอย่างไรก็คงยังไม่จบ ตามข่าวบอกว่า คณะกรรมการของทางออสเตรเลียกำลังจะแถลงผลการตรวจสอบในช่วงกลางเดือนนี้
ที่พูดเพราะ ปตท.สผ. เป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นตัวแทนของประเทศ ทำให้อยากเห็นการไปลงทุนในต่างประเทศเป็นไปด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าอยู่ในฐานะโอเปอเรเตอร์ บีพีมีประสบการณ์มาแล้วอย่างโชกโชนในทะเลเหนือ ยังมาตกม้าตายในอ่าวเม็กซิโก บีพีมีเงินทุนและเงินหมุนเวียนมากกว่า ปตท.สผ. หลายสิบเท่า พอเกิดเรื่องยังต้องหวั่นไหวว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร
และที่อยากขอร้องอีกอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ การเปิดเผยข้อมูลให้คนไทยและผู้ถือหุ้นรายย่อยทราบ ที่ผ่านมาอาจจะมีน้อยเกินไป
ผมขอลา 2 สัปดาห์ เพื่อเดินทางและพักผ่อนประจำปี จะกลับมาพบท่านผู้อ่านอีกครั้งในฉบับวันที่ 1 ก.ค. 2553







