
อาหารไทยแบบโฮมเมด เพื่อนักท่องเที่ยว
เสน่ห์ที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของคนไทยที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น คือ เสน่ห์ปลายจวักครับ ความสามารถในการปรุงแต่ง รังสรรค์ ประยุกต์ รายการอาหารคาวหวานในแบบสำรับไทย ซึ่งมีแนวทางในการปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้รสชาติอันดีเลิศของอาหารไทยต้นตำรับสำหรับรับประทานกันเองในครอบครัวหรือเลี้ยงรับรองแขกผู้มาเยือน
เสน่ห์ที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของคนไทยที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น คือ เสน่ห์ปลายจวักครับ ความสามารถในการปรุงแต่ง รังสรรค์ ประยุกต์ รายการอาหารคาวหวานในแบบสำรับไทย ซึ่งมีแนวทางในการปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้รสชาติอันดีเลิศของอาหารไทยต้นตำรับสำหรับรับประทานกันเองในครอบครัวหรือเลี้ยงรับรองแขกผู้มาเยือน
เริ่มตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบ ส่วนผสมของเครื่องปรุงที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นประโยชน์ต่อร่างกายในทุกฤดูกาล ศิลปะในการลดการเร่งความร้อนของเตาไฟระหว่างการประกอบอาหาร รวมไปถึงภาชนะเครื่องใช้ในครัวต่างๆ ความสะอาดอย่างถูกสุขอนามัย และท้ายที่สุดการตกแต่งหน้าอาหารให้ชวนรับประทานพร้อมกับรสชาติผสมผสาน ความร้อนที่พอเหมาะกับอาหารไทยแต่ละประเภท ให้เป็นที่เจริญอาหารและสร้างประทับใจแก่แขกผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มีโอกาสมาชิมครับ
อาหารไทยในแบบที่ผมหมายถึงนี้นั้น หากเปรียบไปก็คงจะเหมือนอาหารของชาติตะวันตกที่นิยมเรียกกันว่า อาหารแบบโฮมเมด หรืออาหารที่ทำรับประทานกันในครอบครัว ใช้วิธีปรุงกันชามต่อชาม มีการผลิตใหม่ๆ สดๆ ทุกมื้อ คัดสรรเลือกวัตถุดิบคุณภาพ ปลอดภัยทั้งพืชผักและเนื้อสัตว์ต่างชนิด ผสมผสานกับวัฒนธรรมวิถีชีวิตประจำถิ่นและความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความสุข ความเพลิดเพลิน อิ่มอร่อยแก่ผู้มาเยือนทุกท่าน ให้ได้รับความประทับใจกลับไปบอกเล่าต่อจากปากสู่ปากไม่มีที่สิ้นสุดครับ
ผมอยากให้ร้านอาหารไทย รวมถึงสถานที่พักแรมแบบโฮมสเตย์ แพลอยน้ำ ที่พักในอุทยาน หรือสถานที่พักขนาดย่อมที่พอมีศักยภาพในการให้บริการอาหารไทยแบบโฮมเมดนี้เปิดให้บริการไปทั่วทุกชุมชน ตำบล หมู่บ้านของประเทศไทย รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องอาหารไทยในแบบโฮมเมดมากขึ้นกว่าในปัจจุบันที่นิยมปรุงอาหารไทยในเชิงปริมาณมากกว่าที่จะเน้นถึงคุณภาพ โดยเฉพาะอาหารไทยในแบบบุฟเฟ่ต์ ที่ส่วนใหญ่จะหาแบบอร่อยๆ รับประทานยากครับ
อีกประการที่สำคัญคือ ผมสังเกตเห็นว่าในปัจจุบันอาหารไทยที่นักท่องเที่ยวต่างถิ่นทั้งไทยและเทศนิยมชมชอบนั้น ส่วนใหญ่ยังเป็นอาหารไทยแบบพื้นๆ ที่เราท่านต่างรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำ น้ำตกหมู ผัดไทย แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน ต้มยำกุ้ง ไข่เจียว ผัดกะเพรา แกงเผ็ดเป็ดย่าง ต้มข่าไก่ ไก่ผัดเมล็ดมะม่วง หรือสะเต๊ะ เป็นต้น
ซึ่งความจริงแล้วในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ผมอยากเรียนว่า เรายังมีอาหารไทยชั้นเลิศ ทั้งอาหารในแบบชาววัง อาหารตามภาคต่างๆ ของประเทศ รวมไปถึงอาหารตามภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น อีกมากมายหลากหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น แกงฮังเล น้ำพริกอ่อง เมี่ยงมะม่วง ผัดปลาแห้งแตงอุลิต น้ำพริกกุ้งเสียบผักต้ม ต้มกะทิเนื้อ ขนมเบื้องไกรลาศ แสร้งว่า ยำส้มโอ ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ คั่วกลิ้ง ไก่บ้านย่าง แกงป่าเนื้อ แกงคั่วสับปะรด แกงส้มปลาช่อน ห่อหมกปลากราย หรือของหวานแบบไทยแท้ เช่น สังขยาฟักทอง ข้าวเหนียวทุเรียน ทับทิมกรอบ บัวลอยเสวย เป็นต้น
หากเรามีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้การสนับสนุนองค์ความรู้ ตำรา และวิธีประกอบอาหารไทยให้มีหลากหลายรายการมากขึ้น ช่วยประสานหาเงินทุนในการประกอบกิจการให้เข้าไปในกลุ่มธุรกิจขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน หรือชาวบ้านที่ประกอบอาชีพในด้านนี้ในแต่ละชุมชน หมู่บ้าน ตำบล รวมถึงให้การศึกษา ให้ความเข้าใจถึงศักยภาพของอาหารไทยคุณภาพแบบโฮมเมดอย่างแท้จริง
ผมเชื่อมั่นครับว่า อาหารคุณภาพที่ปรุงจากหัวใจคนไทยที่สืบทอดตำรับจากโบราณ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้อาหารไทยแท้ๆ อีกมากมายหลากหลายชนิด ได้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยวในวงกว้าง ซึ่งจะส่งผลดีอีกทางหนึ่งไปยังการทำการตลาดของการท่องเที่ยวไทยให้มีนักท่องเที่ยวมาเยือน มาพัก มาชิมอาหารและการจับจ่ายของฝากของที่ระลึกกลับไปในพื้นที่ประกอบธุรกิจขนาดย่อมทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของไทยได้อย่างมีเสถียรภาพยั่งยืนตลอดไปครับ
แต่อย่าลืมนิยามของอาหารไทยโฮมเมด คือ การผลิตอาหารในเชิงคุณภาพ ไม่ใช่การผลิตหรือทำซ้ำในเชิงปริมาณ อาหารแต่ละรายการ หากหมดแล้วหมดเลยในวันนั้น รวมถึงเจ้าของกิจการหรือทายาทต้องขยัน ใฝ่รู้ รวมถึงจะต้องเป็นผู้ลงมือควบคุมคุณภาพ และหากเป็นไปได้ ควรปรุงเอง ไม่ใช่ใช้ลูกจ้างเป็นเสาหลักนะครับ







