posttoday
ศก.โลกซบหนัก มะกันฉวยโอกาสโตเดี่ยว

ศก.โลกซบหนัก มะกันฉวยโอกาสโตเดี่ยว

08 ธันวาคม 2557

บรรยากาศทางเศรษฐกิจในขณะนี้นับว่าอึมครึมทั่วโลก ทั้งในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และชาติพัฒนาแล้ว ยกเว้นสหรัฐที่เดียวเท่านั้นที่เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตได้อย่างโดดเด่น จนดูเหมือนว่านี่คือความหวังสุดท้ายในการเป็นหัวรถจักรที่จะช่วยฉุดเศรษฐกิจโลกให้พ้นจากปากเหว

บรรยากาศทางเศรษฐกิจในขณะนี้นับว่าอึมครึมทั่วโลก ทั้งในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และชาติพัฒนาแล้ว ยกเว้นสหรัฐที่เดียวเท่านั้นที่เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตได้อย่างโดดเด่น จนดูเหมือนว่านี่คือความหวังสุดท้ายในการเป็นหัวรถจักรที่จะช่วยฉุดเศรษฐกิจโลกให้พ้นจากปากเหว

จากปัจจัยด้านการชะลอตัวของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเบอร์ 2 อย่างจีนจากการเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ และภาวะเสี่ยงจมดิ่งเงินฝืดทั้งในญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (อียู) ส่งผลให้การค้าการลงทุนทั่วโลกชะลอตัวอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจในส่วนที่เหลือของโลก

ด้านองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของทางกลุ่มลงมาอยู่ที่ 1.8% จากเดิมที่ 2.3%

นอกจากนี้ ยังเกิดภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำอีกด้วยซ้ำ โดยน้ำมันซึ่งปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา จากการโหมขุดเจาะน้ำมันชั้นหินดินดาน (เชลล์ออยล์) ในสหรัฐ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องทำให้ราคาทองคำร่วงลงในเวลาต่อมา

กรณีดังกล่าวถือว่ากระทบกระเทือนต่อสภาพเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ฝืดเคืองอยู่แล้ว โดยเฉพาะประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ยังเน้นการพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งชาติสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รวมถึงรัสเซียด้วย

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก สหรัฐกลับมีแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่เติบโตได้ดี โดยมีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ 4.6% และ 3.9% ในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ตามลำดับ ซึ่งทำให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของจีดีพีใน 2 ไตรมาสที่ผ่านมาสูงเกิน 4% ไปแล้ว

กอปรกับเมืองลุงแซมถือเป็นคู่ค้าสำคัญของหลายประเทศในฐานะตลาดนำเข้า สินค้าขนาดใหญ่ และด้วยรูปแบบทางเศรษฐกิจที่พึ่งพาการบริโภคภายใน ทำให้สหรัฐแทบไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก จนสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง  จนกลายเป็นความหวังให้กับทั่วโลกว่า สหรัฐน่าจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจโลกที่กำลังซบเซา

อย่างไรก็ดี แม้ในมุมหนึ่งสหรัฐคือความหวังที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ทว่าในอีกมุมหนึ่งที่เศรษฐกิจสหรัฐสามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น ก็เนื่องมาจากสหรัฐใช้ความซบเซาของเศรษฐกิจเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

กรณีดังกล่าวยืนยันได้จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นการลงทุน โดยธนาคารกลางทั้งในยุโรป (อีซีบี) จีน (พีบีโอซี)  และญี่ปุ่น (บีโอเจ) ต่างปรับลดอัตราดอกเบี้ยกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอีซีบีที่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจนอยู่ในขั้นติดลบ การผ่อนคลายทางการเงินเช่นนั้นฉุดให้สกุลเงินท้องถิ่นดิ่งลง ขณะที่สกุลเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นถึง 6%

ถึงแม้การแข็งค่าของสกุลเงินเหรียญสหรัฐจะส่งผลให้ภาคการส่งออกเสียหาย ทว่าในระยะยาวกลับจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐเองจากอำนาจซื้อในมือที่มากขึ้น นอกจากนี้ทิศทางดอกเบี้ยขาลงทั่วโลกทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ถูกกดดันให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากนัก ซึ่งนับว่าส่งผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ เนื่องจากประชาชนสามารถกู้เงินซื้อบ้านได้โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ

ยืนยันได้จากยอดขายบ้านในสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2014 โดยล่าสุดเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขการขายบ้านใหม่ในสหรัฐอยู่ที่ราว 4.58 แสนหลัง

แม้ความซบเซาของเศรษฐกิจโลกจะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ แต่กรณีดังกล่าวก็ยังไม่เท่าประโยชน์ที่เมืองลุงแซมได้จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง

ความเคลื่อนไหวในช่วงขาลงของราคาพลังงานซึ่งเป็นปัจจัยทางการผลิตพื้นฐานที่สำคัญ ถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัว เนื่องจากราคาพลังงานที่ลดลงทำให้ชาวอเมริกันมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น ขณะที่ราคาสินค้าก็ปรับตัวลดลงจากปัจจัยการผลิตที่ถูกลง กระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

พลังงานราคาถูกจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากการบริโภคภายในเป็นภาคส่วนที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยมีสัดส่วนมากถึง 70% ของจีดีพี

ปฏิเสธไม่ได้แน่นอนว่า สหรัฐคือตัวการสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างผิดปกติ เนื่องจากสหรัฐคือประเทศที่ประสบความสำเร็จในการขุดเชลล์ออยล์ขึ้นมาในปริมาณมาก จนทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในภาวะขาลงอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ด้าน บรูส แคสแมน นักเศรษฐศาสตร์จากเจพี มอร์แกน วาณิชธนกิจชื่อดัง ตั้งข้อสังเกตว่า ในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา มีสถานการณ์ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งขณะที่ราคาน้ำมันร่วงรุนแรงเช่นเดียวกับในปัจจุบันเพียง 3 ครั้งเท่านั้น คือ ในปี 2001 และปี 2008 ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย และในปี 1997-1998 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตการณ์เอเชีย ที่ก่อให้เกิดภาวะการขยายตัวของการบริโภคอย่างมากในสหรัฐในเวลาต่อมา

ท่ามกลางความซบเซาของเศรษฐกิจโลก และความผันผวนในตลาดพลังงาน สหรัฐกำลังฉกฉวยโอกาสจากวิกฤตดังกล่าวในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของตนเอง โดยไม่สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งโลก กรณีดังกล่าวยังไม่นับเครื่องมือที่สหรัฐอาจนำมาใช้ในอนาคตอย่างการขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือการผ่อนคลายกฎการส่งออกน้ำมัน ซึ่งจะทำให้เกิดความวุ่นวายในโลกไม่น้อยทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงแทบไม่เหลือความหวังว่าสหรัฐจะเป็นผู้ช่วยให้โลกหลุดจากภาวะซบเซาได้แต่อย่างใด

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69