
สังคมโพสต์ทูเดย์
โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ...
โพสต์ทูเดย์ 1 ทศวรรษที่ยั่งยืน อยู่ในมือคุณผู้อ่านแล้วครับ...
...ขอเอ่ยถึงอีกครั้งในบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้มปีติ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2557 พสกนิกรชาวไทยพร้อมใจสวมใส่เสื้อเหลืองแสดงถึง “ความจงรักภักดี”...
...หลากหลายกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ไม่ว่าจะเป็น “การจุดเทียนชัยถวายพระพร” การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรี กีฬา สื่อถึงการเทิดไท้องค์ราชัน สัมผัสได้ถึงความแตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมา...
...มิใช่แตกต่างเรื่องรูปแบบ แสง สี เสียง แต่แตกต่างในด้าน “ความพร้อมจิตพร้อมใจ” ของประชาชนคนไทย หลั่งไหลเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักหลายพื้นที่...
...นอกจากร้านรวงนำ “เสื้อเหลือง” ออกมาจำหน่ายดาษดื่นตา แต่คนที่มีเสื้อเหลืองอยู่แล้วต้องค้นตู้นำออกมาทำความสะอาดสวมใส่อย่างเต็มความภาคภูมิใจ...
...ตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเมือง มีความพยายามของ “นักการเมือง” ผู้ครองอำนาจ และนักเคลื่อนไหวปลุกระดมมวลชน สร้างสัญลักษณ์ในเชิงสวมใส่สีเสื้อให้เกิดการแบ่งแยกคนไทยด้วยกัน...
... ทั้งที่ก่อนหน้านั้นคนไทยจะสวมเสื้อสีใด หรือจะเป็นเสื้อสีมงคล ไม่เคยนำเรื่องการเมืองมาปนให้ “รกสมอง” คิดแต่เพียงทุกสีมีความสวยสดงดงาม นำมาซึ่งความสุข สงบ ร่มเย็น แต่เพราะนักการเมืองและพวกปลุกระดมแท้ๆ ทำให้สีเสื้อต้อง “หมองหม่น” ไปด้วย ...
...เมื่อเห็นคนใส่เสื้อสี “แตกต่าง” ก็เขม่นใส่กัน หลายรายนำเสื้อสีเก็บใส่ตู้เสื้อผ้า ไม่กล้านำออกมาใส่เดินตามท้องถนน...
...ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองพยายามสื่อสารหลายต่อหลายหนเพื่อยุติสงครามสีเสื้อ ให้คำนึงว่าเราทุกคนมีสีเดียวกัน คือ สีของความเป็น “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์”...
...ผ่านมาถึงวันนี้เมื่อความไม่กังวลสีเสื้อกำลังจางหาย ย่อมสะท้อนไปถึงความสำนึกรัก “สามัคคี” กำลังก่อเกิดอย่างเด่นชัดขึ้น...
...ดังนั้นคนที่มัว “กระดกลิ้น” ท่องแต่คัมภีร์ นักการเมืองของข้าดีที่หนึ่งเลย ได้เบิ่งตามองถึงความเป็นไปขณะนี้บ้าง รวมถึง “นักวิชาเกิน” เก่งอยู่ในโลกทฤษฎี แต่หนีไปกบดานต่างประเทศ ได้แต่ส่งข้อความมาตามสำนักพิมพ์อิงแอบอำนาจเก่า พาดพิงสถาบันในทางไม่เหมาะสม กรุณารับรู้ “ข้อเท็จจริง” ด้วยว่า ประชาชนคนไทยต่างใช้ชีวิตอย่างปกติ ...
...นักการเมืองผู้เอ่ยอ้าง “ประชาธิปไตย” เต็มขั้น นักวิชาเกิน เคยสำเหนียกสิ่งเหล่านี้บ้างหรือไม่ เหตุใดประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ถึงกลับมาเต็มใจสวมใส่เสื้อสีเดียวกัน คือ “สีของความเป็นชาติ” มิใช่ใส่เสื้อสีเพื่อออกไป “ปลุกปั่น” แบ่งแยกประเทศ เหมือนนักเคลื่อนไหววางบิลเคยกระทำ...
...ผู้ที่กำลังจะลงเล่นในสนามประชาธิปไตยสองปีข้างหน้า สมควรตระหนักถึงสีของความเป็นชาติให้มาก หมั่นทบทวนบทเรียนที่ทำให้ผู้คนต้อง “เกลียดชัง” ซึ่งกันและกัน...
...ถามใจตนเองบ่อยๆ พร้อมเป็นนักการเมืองที่ดีได้หรือไม่ เราจะเป็นนักเคลื่อนไหวที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ในการเคลื่อนไหวเพื่อพิทักษ์สิทธิให้ประชาชนที่ถูกกดขี่ข่มเหง ภายใต้กรอบกติกาประชาธิปไตย ไม่ใช่เป็นนักเคลื่อนไหวภายใต้ “อุ้งบาทามหาเศรษฐีกระสันอำนาจ”







