
23 พรรคหนุนสภาตั้งนายกฯ
พรรคการเมืองตบโต๊ะ นายกฯ ต้องมาจากสภาหนุนเลือกตั้ง สส.เขตเดียวเบอร์เดียว
พรรคการเมืองตบโต๊ะ นายกฯ ต้องมาจากสภาหนุนเลือกตั้ง สส.เขตเดียวเบอร์เดียว
พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ประสานเพื่อรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และองค์กรอื่นๆ ในคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองจำนวน 23 พรรค ตอบรับและส่งความเห็นตามชุดคำถามคืนมายังคณะอนุ กมธ.ประสานเพื่อรับความคิดเห็นฯ แล้ว อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังชล พรรคมาตุภูมิ เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ต้องการให้นายกรัฐมนตรีมาจากเลือกของสภาผู้แทนราษฎร
พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันเห็นว่าพรรคการเมืองจำนวน 15 พรรค เห็นว่าควรให้มีสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามเดิม โดยควรให้มี สส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวน 125 คน และสนับสนุนการเลือกตั้ง สส.ในรูปแบบเขตเดียว เบอร์เดียว แต่ไม่ควรจำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง สส. ส่วนที่มาของ สว.นั้นพรรคการเมืองที่ตอบแบบสอบถามระบุตรงกันว่าควรมาจากสรรหาและเลือกตั้งตามแบบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 แต่จะต้องปรับกระบวนการเลือกตั้งและสรรหาใหม่เพื่อให้ยึดโยงกับประชาชน
“พรรคการเมืองจำนวน 13 พรรค ไม่เห็นด้วยหากจะให้ผู้สมัครเลือกตั้งไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง เพราะต้องการสร้างพรรคการเมืองให้มีความมั่นคงและเป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นหลักของระบอบประชาธิปไตย” พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าว
ขณะที่ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า คณะ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ มีข้อสรุปว่าควรลดวาระการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงเหลือเพียง 5 ปี จากเดิม 9 ปี เนื่องจากเห็นว่าการอยู่ในตำแหน่งนานถึง 9 ปีนั้นเป็นเวลาที่มากเกินไปและไม่อยากให้มีการฝังรากลึก
นายวันชัย กล่าวว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ทางคณะ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ เห็นว่าต้องกำหนดให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดข้อถกเถียงกันในอนาคตในลักษณะที่กล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกินอำนาจหน้าที่ได้อีก และที่สำคัญกระบวนการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญควรมีความหลากหลายกว่าในปัจจุบัน เช่น ควรให้มีตัวแทนจากนักกฎหมายมหาชนมาร่วมทำหน้าที่ด้วย เป็นต้น
“การลงมติขององค์กรอิสระจะใช้วิธีงดออกเสียงไม่ได้ เพราะองค์กรอิสระถูกตั้งขึ้นมาเพื่อชี้ขาด ไม่ใช่ลอยตัวเหนือปัญหา” นายวันชัย กล่าว







